สำนักพิมพ์ ฮักแต้แต้

รายการหนังสือ วิธีการสั่งซื้อ หนังสือออกใหม่ รับสมัครนักเขียน-นักแปลอิสระ ร่วมงานกับเรา ติดต่อเรา


กฏเหล็ก: ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย All the Rules





#1 NEW YORK TIMES BESTSELLER กฏเหล็ก : ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย All The Rules


#1 NEW YORK TIMES BESTSELLER
กฏเหล็กถูกแปลมากกว่า 27 ภาษา ใน 27 ประเทศ


หนังสือขายดีหลายๆ ล้านเล่มทั่วโลก


กฏเหล็ก:
ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย
All the Rules



ผู้แต่ง: Ellen Fein and Sherrie Schneider
ผู้แปล: บี/กุลชุลี ทรัพย์สินอุดม
แม่สื่อ/ผู้ฝึกสอนการออกเดทชื่อดัง


บริษัท แบงคอก แมทชิ่ง จำกัด
บริษัทจัดหาคู่เพื่อการแต่งงาน สำหรับคนโสดคุณภาพ

www.BangkokMatching.com
Tel: 083-687-9343



รายได้ส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้จะถูกนำไปใช้จ่ายในโครงการ
“Make a Wish” Project โครงการหาคู่ฟรีให้คนพิการของเรา


คำนำจากผู้แปล - คุณบี กุลชุลี ทรัพย์สินอุดม แม่สื่อ/
ผู้ฝึกสอนการออกเดทชื่อดัง บริษัท แบงคอก แมทชิ่ง จำกัด



“ทำไม บีถึงยกให้หนังสือเล่มนี้ เป็นหนึ่งในคัมภีร์การออกเดทที่สาวโสดทุกคนต้องมีในบ้าน”

บีเป็นสาวฮอตมาก่อนค่ะ หนุ่มๆ จีบเยอะ เมื่อก่อนบีก็เป็นเหมือนสาวๆทั่วไปค่ะ งง ทำตัวไม่ถูก คนมาชอบ บีก็ทำตัวไม่ถูก เก้ๆกังๆ ออกเดทไม่เป็น อกหักก็เสียใจจะเป็นจะตาย ยิ่งตอนเป็นสาวใหม่ๆ งงมากค่ะ ไม่เข้าใจผู้ชาย เขาคิดอะไร ยังไง แล้วฉันต้องทำตัวอย่างไร ไม่มีใครสอน ไม่มีใครเป็นกูรูด้านนี้เลยในประเทศไทยในตอนนั้น ไม่รู้ว่าจะหาใครมาช่วยสอนบี ตอบคำถามบีได้ บีก็เลยหาความรู้จากหนังสือเอาแทน ด้วยความเป็นคนช่างอ่านตั้งแต่เด็ก บีรู้ว่า อยากรู้อะไร ไปร้านหนังสือ

วันหนึ่ง บีไปร้านหนังสือแล้วเห็นหนังสือ The Rules วางอยู่บนชั้น ฉบับภาษาอังกฤษนี่ล่ะค่ะ บีเลยซื้อมาอ่าน หนังสือ The Rules นี่ มีมาตั้งนานแล้วนะคะ ตั้งเกือบยี่สิบปีที่แล้ว บีตั้งชื่อภาษาไทยให้หนังสือ The Rules ว่า กฏเหล็ก: ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย นะคะ

ตั้งแต่บีอ่านหนังสือเล่มนี้ ความคิดบีก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เดทฉลาดขึ้น คือบีมีแนวทางใน
การเดทมากขึ้น เสียใจกับการอกหักน้อยลง เข้าใจผู้ชายมากขึ้น บีเดทแบบมีทิศทางมากขึ้น แล้วเดทก็สนุกขึ้น สรุป คือบีลองใช้ กฏเหล็ก: ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย The Rules ดู (ถึงจะไม่ได้ใช้ทุกข้อก็เถอะ) แต่มันก็ได้ผล บีเข้าใจจิตใจผู้ชายมากขึ้น ผู้ชายที่เดทด้วยให้ความสำคัญกับบีอย่างดี ปฏิบัติกับบีอย่างดี (รวมไปถึงสามีบีที่เพิ่งแต่งงานกันด้วยนะคะ) นั่นเพราะเราไม่เกาะติดผู้ชาย บีมีชีวิตของบีเอง มีกิจกรรมที่บีรัก บีกล้าที่จะเดินทางไปไหนต่อไหนคนเดียวโดยไม่ต้องชวนแฟนไปด้วยเสมอๆ บีไม่เดทกับผู้ชายที่ไม่ทำตามคำพูด หรือผู้ชายผลุบๆ โผล่ๆ อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ

ถึงหนังสือ กฏเหล็ก: ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย จะเขียนโดยคนอเมริกันก็เถอะ บางเรื่อง สถานการณ์อาจจะไม่เข้ากับบ้านเราบ้าง แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น รูปแบบ ระบบ แนวคิดเรื่องการออกเดท มันเป็นสากลมากๆค่ะ บีลองแล้ว บีรู้ค่ะ ใช้ได้ทั้งกับชายไทยและชายต่างชาติที่อยู่ในไทย หรือชายใดๆที่อยู่ในประเทศใดๆในโลกนี้ ไม่งั้น หนังสือ The Rules ไม่ถูกแปล 27 ภาษา ใน 27 ประเทศทั่วโลกได้หรอกค่ะ
มันได้ผล!!

บีลองทดสอบแล้ว ไม่ว่าจะใช้กับชายไทย หรือใช้กับชายต่างชาติก็ตาม บีว่า เรื่องของการออกเดท สุดท้าย ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่การวางตัว ทำตัวให้มีค่า การรู้คุณค่าตัวเอง และเคารพตัวเอง โดยไม่ง่ายเกินไป ไม่รุกผู้ชายก่อน และมีกริยามารยาทที่สุภาพ น่ารัก

แต่บางคน เวลาบีพูดว่า “การวางตัวที่ดี ทำตัวให้มีค่า การรู้คุณค่าตัวเอง” ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจว่า ไอ้การวางตัวที่ดี ทำตัวให้มีค่า การรู้คุณค่าตัวเองน่ะ คือต้องทำอะไร อย่างไร ตอนนี้ ในฐานะ กูรูด้านความรักและการออกเดท ในประเทศไทย บียืนยันได้ตรงนี้เลยค่ะว่า มีมากมายหลายคนนักที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ดูได้จากคำถามที่เขียนมาถามบี เรื่องปัญหาความรัก เรื่องการออกเดท (หลังจากบีเขียนหนังสือเล่มแรก ฉบับภาษาไทย “คู่มือหาคู่ ที่พ่อแม่ไม่เคยสอน” บีก็เริ่มได้รับอีเมลล์มากมายค่ะ นี่ยังไม่รวม Twitter Facebook อีก คนโสดที่ยังหลงทางมีมากมาย เกินกว่าที่พวกเราจะคาดคิดแยะค่ะ)

ดังนั้น บีเห็นประโยชน์ของหนังสือเล่มนี้จริงๆ และอยากให้สาวไทยได้อ่านกัน บีจะเขียนขึ้นมาเองอีกเล่มหนึ่งก็ได้ สำหรับสาวไทย ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมไทยสักนิด แต่บีอ่านหนังสือเล่มนี้หลายรอบ บีรู้เลยว่า
ไม่ต้องเขียนเองหรอก (เขียนหนังสือรายละเอียดดีๆสักเล่มนี่ ใช้พลังงานสมองเยอะมากค่ะ) กฏเหล็ก:
ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย
เล่มนี้ คือคำตอบแบบ step by step ที่ดีที่สุดแล้ว ครอบคลุมสถานการณ์มากมาย ขั้นตอนการปฏิบัติก็แทบจะเป็น 1 2 3 4 และ 5 เลยทีเดียว บีเลยตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อลิขสิทธิ์มาจากอเมริกามาแปลเองเสียเลย

บีเป็นคนติดการอ่านหนังสืออย่างมาก พอบีเจอหนังสือดีๆ มีสาระ ที่บีเห็นว่าหากลูกบีได้อ่าน เขาจะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต มีมุมมองที่ถูกต้องต่อไป บีก็จะเก็บหนังสือพวกนี้เอาไว้ ตั้งใจไว้ให้ลูกๆ ที่บีอาจจะมี (หากโชคดีได้มี) ในอนาคตอ่าน The Rules ก็เป็นหนึ่งในหนังสือเหล่านั้นค่ะ บีต้องเก็บไว้ให้ลูกสาวอ่านให้ได้!!! แล้วอย่างนี้ บีจะไม่ซื้อลิขสิทธิ์มาแปลได้ยังไง (แน่นอน คู่กับหนังสือ “คู่มือหาคู่ ที่พ่อแม่ไม่เคยสอน” ของบี ที่เขียนเอง เล่มนั้น บอกแนวทางชัดๆ สำหรับสาวไทย ว่าควรโฟกัสคุณสมบัติผู้ชายอย่างไร เวลาหาคู่ จะได้ไม่หลงทาง เสียเวลา)

บีเชื่อว่า สาวๆที่เดทไม่เป็น เดทให้ตาย เดท เดท เดท ก็ไม่เคยได้คู่เสียที ได้แต่เดท หนังสือเล่มนี้จะช่วยชี้ทางสว่างให้คุณ

หนังสือเล่มนี้ บีจัดให้อยู่ในกลุ่มคัมภีร์ที่จะอยู่บนหิ้งหนังสือบีตลอดกาลเล่มหนึ่ง

กฏเหล็ก: ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย The Rules ช่วยสอนผู้หญิงแบบละเอียดทีละขั้นทีละตอน สอนหญิงให้ใช้เทคนิคในการมัดใจชายให้รักใคร่ เอ็นดู ทะนุถนอม รักมากจนอยากใช้เวลาอยู่ด้วยตลอดเวลา และสุดท้าย เขาก็ต้องขอผู้หญิงคนนี้แต่งงาน เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันทุกเวลา ตลอดเวลา ทั้งกลางคืนและกลางวัน

บีลงมือนั่งแปลเองเลยทีเดียว การแปลหนังสือให้ดี มันใช้พลังงาน สมอง และสมาธิมากๆ เลยนะคะ แต่บีรู้ว่า หากผู้หญิงได้อ่านแล้ว จะทำให้ผู้หญิงไทยเราได้แต่งงานมากขึ้น คนเราเดทกันไม่เป็นเสียมากค่ะ แถม กฏเหล็ก: ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย จะช่วยตัดชายคนที่หวังเพียงจะเข้ามาหลอกเราเล่นๆ ไปวันๆ ออกไปด้วยในตัว

บีรู้ว่า หนังสือแปลเล่มนี้ จะคุ้มค่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนสาวๆคนไทยมากมาย ดังนั้น เวลาและพลังงานที่บีใช้ไปกับการแปลเล่มนี้ บีถือว่า คุ้มมากค่ะ ; )

อ่านแล้วนำไปใช้ปฏิบัตินะคะ ได้โปรด

หากคุณสงสัย มีคำถามเกี่ยวกับ กฏเหล็ก:ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย เขียนเมลล์มาถามบีได้เลยค่ะที่ bee@bangkokmatching.com หรือจะ Tweet มาถามก็ได้ค่ะบน Twitter ที่ @BangkokMatching

ด้วยรักและหวังดีค่ะ ; )

บี
สิงหาคม 2555



กฏเหล็ก: เล่ม 1
ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย
สารบัญ

  หน้า

บทที่ 1 ประวัติความเป็นมาของกฎเหล็ก 15
บทที่ 2 อะไรคือ “กฏเหล็ก” 18
บทที่ 3 พบกับหญิง “กฏเหล็ก” 24
บทที่ 4 แต่ก่อนอื่นเลย ผลผลิตแรก-คุณ!!! 27
กฏเหล็ก 1 เป็น “สิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง” 33
กฏเหล็ก 2 อย่าคุยกับผู้ชายก่อน (และอย่าขอผู้ชายเต้นรำ) 37
กฏเหล็ก 3 อย่าจ้องผู้ชายหรือพูดมากเกินไป 43
กฏเหล็ก 4 อย่าเจอผู้ชายครึ่งทางหรือหารค่าใช้จ่ายเวลาออกเดท 46
กฏเหล็ก 5 อย่าโทรหาผู้ชายและโทรกลับหาผู้ชายเพียงนานๆ ครั้ง 49
กฏเหล็ก 6 วางสายโทรศัพท์ก่อนเสมอ 54
กฏเหล็ก 7 หลังวันพุธไปแล้ว อย่าตอบรับออกเดทวันเสาร์ 59
กฏเหล็ก 8 หาอะไรทำก่อนการออกเดท 63
กฏเหล็ก 9 วิธีปฏิบัติตัวในเดท 1, 2 และ 3 65
กฏเหล็ก 10 วิธีปฏิบัติตัวในเดทสี่จนถึงช่วงความสัมพันธ์อยู่ตัว 68
กฏเหล็ก 11 จบเดทก่อนทุกครั้ง 72
กฏเหล็ก 12 หยุดเดททันทีหากผู้ชายไม่ซื้อของขวัญโรแมนติกให้คุณในวันเกิด
                 หรือวันวาเลนไทน์
74
กฏเหล็ก 13 อย่าเจอผู้ชายเกิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ 78
กฏเหล็ก 14 ในเดทแรกอย่างมากก็แค่คิส (kiss) แบบผิวเผิน 81
กฏเหล็ก 15 อย่ารีบร้อนมีเซ็กส์กับผู้ชายและกฎเหล็กอื่นๆ เกี่ยวกับ “สัมพันธ์ลึกซึ้ง” 83
กฏเหล็ก 16 อย่าเจ้ากี้เจ้าการบอกให้ผู้ชายทำสิ่งใด 87
กฏเหล็ก 17 ปล่อยผู้ชายให้เป็นผู้เริ่มต้น 89
กฏเหล็ก 18 อย่าคาดหวังให้ผู้ชายเปลี่ยนหรือพยายามเปลี่ยนผู้ชาย 91
กฏเหล็ก 19 อย่าเปิดเผยตัวเองเร็วเกินไป 94
กฏเหล็ก 20 เป็นคนจริงใจ ที่น่าค้นหา 98
กฏเหล็ก 21 เน้นมองโลกในแง่ดี และ กฏเหล็กอื่นๆ สำหรับ “การลงประกาศหาคู่” 100
กฏเหล็ก 22 อย่าย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกับผู้ชาย (หรือทิ้งข้าวของส่วนตัวคุณไว้
                 ที่บ้านผู้ชาย)
105
กฏเหล็ก 23 อย่าเดทผู้ชายแต่งงานแล้ว 108
กฏเหล็ก 24 ค่อยๆ พาเขาเข้าครอบครัวคุณ และกฏเหล็กอื่นๆ สำหรับหญิงที่มีลูกติด 111
กฏเหล็ก 25 ฝึก ฝึก และฝึก!! (ฝึกกฏเหล็กนี้จนเก่ง) 113
กฏเหล็ก 26 ถึงคุณจะหมั้นหรือแต่งงานแล้ว ก็ต้องใช้กฏเหล็กต่อไป 119
กฏเหล็ก 27 ปฏิบัติตามกฏเหล็กนี้ต่อไป แม้ว่าเพื่อนหรือคุณพ่อคุณแม่คุณจะว่าคุณติงต๊อง 123
กฏเหล็ก 28 จงเป็นคนฉลาด และ กฏเหล็กอื่นๆ ในการออกเดทในวัยมัธยมปลาย 126
กฏเหล็ก 29 ดูแลตัวเอง และ กฏเหล็กอื่นๆ ในการออกเดทในวัยมหาวิทยาลัย 129
กฏเหล็ก 30 คนต่อไป เชิญค่ะ!! และ กฏเหล็กอื่นๆ เพื่อรับมือกับการถูกปฏิเสธ 132
กฏเหล็ก 31 อย่าสนทนาเรื่องกฎเหล็กกับจิตแพทย์ของคุณ 134
กฏเหล็ก 32 อย่าแหกกฎเหล็กเด็ดขาด 136
กฏเหล็ก 33 ปฏิบัติตามกฏเหล็ก แล้วชีวิตคุณจะแสนสุขตลอดกาล! 143
กฏเหล็ก 34 จงรักแต่คนที่รักคุณ 147
กฏเหล็ก 35 จงเป็นคนที่อยู่ด้วยง่าย 149
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด – 12 เคล็ดลับพิเศษมัดใจชาย 154
สรุป “กฏเหล็ก” ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย เล่ม 1 157


กฏเหล็ก: เล่ม 2
ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย
สารบัญ

  หน้า

คำนำ ปรากฏการณ์ “กฏเหล็ก” 160
เรื่องที่ 1 ทำไม “กฏเหล็ก” จึงได้ผล 164
เรื่องที่ 2 “กฏเหล็ก” สำหรับการเปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟน 172
เรื่องที่ 3 แก้ตัวอีกครั้ง “กฏเหล็ก” เรียกแฟนเก่ากลับคืนมา 178
เรื่องที่ 4 อย่าเสียเวลากับความสัมพันธ์ที่เพ้อฝัน 186
เรื่องที่ 5 อย่าพยายามไปยืนใกล้โต๊ะเขา และ “กฏเหล็ก” อื่นๆ สำหรับความรักในออฟฟิศ 192
เรื่องที่ 6 ความสัมพันธ์ระยะไกล: ตอน 1: วิธีเริ่มต้นที่ถูกต้อง 201
เรื่องที่ 7 ความสัมพันธ์ระยะไกล: ตอน 2: วิธีทำให้ความสัมพันธ์ได้ผล 207
เรื่องที่ 8 คุณสามารถถามนักจิตวิทยาของคุณให้ช่วยคุณปฏิบัติตาม “กฏเหล็ก” ได้ 214
เรื่องที่ 9 หากผู้ชายไม่โทรหา แปลว่าเขาไม่สนใจคุณ จบ!! 220
เรื่องที่ 10 25 เหตุผล เมื่อผู้หญิงต้องการโทรหาผู้ชาย แต่ไม่ควร!! 222
เรื่องที่ 11 ไปงานต่างๆ แม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกอยากไปเลย 224
เรื่องที่ 12 ปฏิบัติตาม “กฏเหล็ก” อย่างเคร่งครัดแม้ว่าทุกอย่างจะดูเชื่องช้า 227
เรื่องที่ 13 อย่าบอกสื่อเกี่ยวกับชีวิตรักของคุณ และ “กฏเหล็ก” อื่นๆ สำหรับคนดังในสังคม 229
เรื่องที่ 14 อย่าทำตัวเป็น “พวกคลั่งดารา” และ
              “กฏเหล็ก” อื่นๆ เมื่อออกเดทกับคนดังในสังคมหรือบุคคลสาธารณะ
237
เรื่องที่ 15 สังเกตพฤติกรรมของเขาในวันหยุด 241
เรื่องที่ 16 อย่ายอมทุกอย่าง และ “กฏเหล็ก” อื่นๆ เรื่องการให้ของผู้ชาย 245
เรื่องที่ 17 ผู้ซื้อพึงระวัง (กำจัดคนที่ไม่ใช่) 248
เรื่องที่ 18 ปิดการขาย (วิธีที่จะได้เขาไปยืนหน้าแท่นสาบานแต่งงาน) 255
เรื่องที่ 19 จงอย่าเป็นคนดาม-อกชายใด และ “กฏเหล็ก” อื่นๆ เมื่อเดทกับชาย
              ที่แยกกันอยู่กับภรรยา
263
เรื่องที่ 20 กฎเหล็กคืนชีวิตรักสดชื่นให้หญิงที่แต่งงานแล้ว 269
เรื่องที่ 21 “กฏเหล็ก” ในห้องนอน (กรณีแต่งงานแล้ว) 280
เรื่องที่ 22 เริ่มใหม่อีกครั้ง “กฏเหล็ก” สำหรับผู้หญิงที่มีวุฒิภาวะเต็มที่แล้ว 282
เรื่องที่ 23 “กฏเหล็ก” สำหรับความสัมพันธ์แบบเพศเดียวกัน 289
เรื่องที่ 24 “กฏเหล็ก” สำหรับการประกาศหาคู่ และ บริการจัดหาคู่ 294
เรื่องที่ 25 “กฏเหล็ก” สำหรับการหาคู่ทางอินเตอร์เน็ต 299
เรื่องที่ 26 หากลุ่มที่เชื่อใน “กฏเหล็ก” เหมือนกัน 303
เรื่องที่ 27 “กฏเหล็ก” สำหรับเพื่อนสาว หัวหน้า/ผู้ร่วมงาน และเด็ก 309
เรื่องที่ 28 อย่าห่วง แม้แต่ผู้ชายก็ชอบ “กฏเหล็ก” 316
เรื่องที่ 29 เคล็ดลับ “กฏเหล็ก” สำหรับผู้ชาย 319
เรื่องที่ 30 “กฏเหล็ก” เป็นวิถีการใช้ชีวิตที่ดี 322
เรื่องที่ 31 ตอบคำถามถามบ่อยเกี่ยวกับ “กฏเหล็ก” 328
เรื่องที่ 32 โบนัสสุดท้าย – 20 เคล็ดลับพิเศษมัดใจชาย 338
เรื่องที่ 33 เรื่องเล่าความสำเร็จของผู้หญิงที่ปฏิบัติตาม “กฏเหล็ก” แล้วชีวิตก็เปลี่ยนไป!! 343




กฏเหล็ก
ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย
เล่ม 1


บทที่ 2
อะไรคือ “กฏเหล็ก”

กี่ครั้งกี่หนที่คุณได้ยินคำพูดประมาณว่า "เธอแสนดี เธอสวย เธอฉลาด..แล้วทำไมถึงยังไม่ได้แต่งงานล่ะ" บางที คำพูดนี้อาจเป็นคำพูดที่คนอื่นพูดถึงคุณก็เป็นได้ คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า ทำไมผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ สติปัญญาธรรมดาๆ ถึงดึงดูดชายหนุ่มหลายๆคนได้โดยแทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร

พูดกันตามจริง ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เรารู้จักมักคิดว่าการย้ายที่อยู่ การเปลี่ยนงาน หรือแม้แต่การวิ่งมาราธอนนั้นง่ายกว่าการทำให้ผู้ชายที่ใช่ขอเธอแต่งงาน ถ้าสิ่งที่พูดเหล่านี้ฟังดูคล้ายๆ คุณแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า คุณต้องการกฎเหล็ก!

กฎเหล็ก คืออะไร กฎเหล็ก ก็คือหลักการปฏิบัติตนง่ายๆ ที่หญิงสาวใช้กับชายหนุ่ม เพื่อช่วยให้พวกเธอชนะใจชายในฝันได้ นั่นอาจฟังดูดีจนไม่น่าเชื่อ ตอนแรก เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่จงอ่านต่อไป!

เป้าหมายของกฎเหล็ก ก็คือการทำให้ชายหลงใหลและอยากเป็นเจ้าของคุณ ด้วยการวางตัวคุณให้ยากต่อการครอบครอง พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเล่นตัวนั่นเอง เมื่อคุณทำตามกฎเหล็ก แล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะอยากแต่งงานกับคุณ ชายหนุ่มของคุณยังจะหลงใหลคลั่งไคล้คุณไปตลอดกาล! เราสัญญาว่าสิ่งที่คุณจะได้มาคือ "ความสุขตลอดกาลนาน" การแต่งงานที่สุขล้นราวกับขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว

หากคุณปฏิบัติตาม กฎเหล็ก แล้ว มั่นใจได้เลยว่า สามีจะเทิดทูนคุณราวกับคุณเป็นเจ้าหญิง แม้ในยามที่เขาโมโหคุณมากมายก็ตาม ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะเขาทุ่มเทเวลามากมายกว่าจะได้คุณมาครอบครอง คุณจึงกลายเป็นสมบัติล้ำค่าเกินกว่าที่เขาจะทำเมินเฉยได้ เขาจะนึกถึงคุณตลอดเวลา เขาจะเป็นเพื่อนที่ประเสริฐ เป็นเพื่อนยากที่คอยร่วมทุกข์กับคุณ เขาจะรู้สึกผิดหวัง หากคุณมีปัญหาแล้วไม่ปรึกษาเขา เขาพร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ – เมื่อคุณเริ่มงานใหม่ หรือเมื่อคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด เขาอยากที่จะมีส่วนร่วมในทุกๆ เรื่องเคียงข้างคุณ แม้แต่เรื่องธรรมดาๆ อย่างการเลือกผ้าปูที่นอนก็ตาม เขาอยากทำทุกอย่างร่วมกับคุณเสมอ

เมื่อคุณปฏิบัติตาม กฎเหล็ก แล้ว คุณไม่ต้องกังวลเลยว่าเขาจะเจียดเวลาไปจีบสาวอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านทรงเสน่ห์ หรือเลขาสาวทรงโต เพราะว่าเมื่อคุณปฏิบัติตาม กฎเหล็ก แล้ว เขาจะเห็นว่าคุณแสนจะเซ็กซี่กว่าสาวใดๆ! เมื่อคุณทำตาม กฎเหล็ก คุณไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเพิกเฉย ถูกละเลย หรือถูกทิ้ง!

ผู้หญิงที่ปฏิบัติตาม กฎเหล็ก ที่เรารู้จัก ได้แต่งงานไปกับผู้ชายดีเลิศ สามีเธอไม่เคยพยายามที่จะหนีเธอเพื่อไปสังสรรค์กับก๊วนเพื่อนเลย กลับกันเมื่อเธอขอแยกไปทำกิจกรรมส่วนตัว เขากลับเป็นฝ่ายหงุดหงิดเสียเอง

ธรรมชาติของผู้ชายนั้นแตกต่างจากผู้หญิง ผู้หญิงที่โทรหาผู้ชายแล้วชวนเขาออกเดท โดยอ้างว่ามีตั๋วหนังสองใบ หรือทอดกายให้เขาตั้งแต่เดทแรก ได้ทำลายความปรารถนาและสัญชาตญาณดิบในตัวผู้ชายไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ชายเกิดมาเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทาย เมื่อไม่มีความท้าทาย ผู้ชายก็หมดความสนใจ นั่นคือ กฎเหล็ก ใช่ ผู้ชายบางคนอาจจะแต่งงานกับคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ปฏิบัติตาม กฎเหล็ก แต่เราไม่กล้ารับประกันว่า สุดท้ายการแต่งงานนั้นจะเป็นการแต่งงานที่มีความสุข

หลักการ คือ หากผู้ชายชอบความท้าทาย เราก็ทำตัวให้ท้าทาย แต่อย่าไปถามเขาว่าเขาชอบความท้าทายหรือเปล่า เขาอาจคิดหรือบอกคุณว่าเขาไม่ชอบความท้าทาย ตัวเขาเองอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารู้สึกยังไง จงดูการกระทำของเขา แทนที่จะฟังเขาพูด

ขณะอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณอาจคิดว่า กฎเหล็ก นั้นขีดเส้นไว้ตายตัวและอาจสงสัยว่า "ฉันจะต้อง “เล่นตัว” สักแค่ไหนนี่ แล้วฉันจะไม่มีโอกาสทำอาหารเย็นให้เขาเลยเหรอ หรือการไปดูการแสดงกับเขาล่ะ แล้วถ้าฉันเกิดอยากคุยกับเขาขึ้นมาล่ะ โทรหาเขาไม่ได้เหรอ แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลาเปิดใจคุยเรื่องส่วนตัวได้"

คำตอบคือ: อ่าน กฎเหล็ก ซะ จงเดินตาม กฎเหล็ก ทุกย่างก้าว (ไม่ใช่ทำตามเพียงบางอย่าง) แล้วคุณจะยินดีที่ได้ปฏิบัติตาม เราต่างรู้จักผู้หญิงที่ไม่เคยรู้สึกว่าพวกเธอสามารถไว้ใจสามีได้อย่างเต็มที่ และพวกเธอรู้สึกไม่มั่นคงตลอดเวลา ผู้หญิงเหล่านี้บางคนถึงกับต้องพึ่งจิตแพทย์เพื่อระบายความในใจเรื่องถูกสามีละเลย กฎเหล็ก จะช่วยให้คุณประหยัดเงินจ่ายจิตแพทย์ชั่วโมงละ 125 เหรียญ!!

แน่นอนว่าสำหรับผู้ชายที่คุณไม่เสน่หา คุณสามารถปฏิบัติตาม กฎเหล็ก กับพวกเขาได้อย่างสบายๆ คุณไม่เคยคิดอยากจะโทรหาเขาก่อน หรือคิดจะโทรกลับทันทีที่เห็นสายที่คุณไม่ได้รับของเขา คุณไม่รู้สึกอยากส่งอีเมลล์หวานแหววถึงเขา บางครั้ง คุณก็ทำตัวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมไม่แน่นอน และนั่นทำให้ผู้ชายเหล่านี้คลั่งไคล้ในตัวคุณ จนสุดท้ายคุณก็ได้แต่งงานกับหนึ่งในผู้ชายเหล่านี้ นั่นก็เพราะคุณได้ปฏิบัติตามกฏเหล็ก (โดยที่คุณไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำ) แล้วผู้ชายพวกนั้นก็ขอคุณแต่งงาน!

แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตั้งเป้าไว้แค่นั้น วัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้คือ การปฏิบัติตาม กฎเหล็ก กับหนุ่มในฝันที่คุณคลั่งไคล้ คุณจำเป็นต้องใช้ความพยายาม ความอดทนและการหักห้ามใจ แต่คุณจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ทำไมคุณจะยอมลดสเปคไปแต่งงานกับคนที่รักคุณ แต่ไม่ใช่คนที่คุณรักอย่างสุดหัวใจด้วยล่ะ ผู้หญิงหลายคนที่เรารู้จักต่างตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่อย่าห่วง - หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณได้แต่งงานกับคนที่ใช่!

สิ่งที่คุณต้องทำ ก็คือ ปฏิบัติกับหนุ่มที่คุณหลงไหลให้เหมือนกับชายที่คุณไม่สนใจ - อย่าโทรหา และทำตัวไม่ว่างบ้างบางครั้ง ให้ทำอย่างนี้กับเขาตั้งแต่เริ่ม - ตั้งแต่วันแรก! ทำตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเจอเขา – หรือพูดใหม่ให้ถูกกว่า คือ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเจอคุณ! ยิ่งคุณปฏิบัติตามกฎเหล็ก อย่างเคร่งครัดเพียงใดตั้งแต่เริ่มต้น เขาก็จะยิ่งตกหลุมรักคุณมากขึ้นเท่านั้น

จงคิดเสมอว่า "ฉันจะทำตัวยังไง ถ้าฉันไม่ได้สนใจเขาจริงๆ" แล้วก็ทำตัวให้ได้อย่างนั้น คุณคงไม่ทอดสะพานให้กับคนที่คุณไม่สนใจ คุณคงไม่อยากคุยโทรศัพท์กับเขาเป็นชั่วโมงๆ คุณจะไม่อยากทำอย่างนั้นแน่นอน!

อย่ากังวลว่าการที่คุณทำตัวยุ่งหรือทำเป็นเพิกเฉย จะทำให้เขาตีตัวออกห่าง จำได้ไหมว่าผู้ชายที่คุณไม่สนใจต่างขยันโทรหาคุณแม้ว่าคุณจะทำเมินเฉยใส่

จงจำไว้ว่า กฎเหล็ก ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ผู้ชายคนไหนก็ได้มาหลงไหล มาขอคุณแต่งงาน แต่ กฎเหล็ก มีไว้สำหรับทำให้ชายในฝันขอคุณแต่งงาน! มันอาจเป็นกลเม็ดที่ฟังดูโบราณ แต่ว่ามันได้ผล!

เราเข้าใจว่าทำไมหญิงเก่งยุคใหม่ถึงเมินคำแนะนำของพวกเรา สาวๆเหล่านั้นต่างเป็นมหาบัณฑิต MBA ที่คุ้นเคยกับการ "ทำให้เกิดขึ้น" และความกระตือรือร้นในการก้าวหน้าในอาชีพการงานจนเป็นเจ้าคนนายคน แต่การสานสัมพันธ์กับชายหนุ่มนั้นแตกต่างจากการทำงาน ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายนั้น ผู้ชายควรเป็นฝ่ายคุมเกม เขาควรเป็นฝ่ายขอแต่งงาน เราไม่ได้ทึกทักเรื่องนี้ขึ้นเองนะ – ข้อเท็จจริงทางชีววิทยาก็บ่งชัดว่าเพศชายเป็นฝ่ายรุก

หญิงสาวหลายคนบ่นว่า กฎเหล็ก ทำให้พวกเธอไม่เป็นตัวของตัวเองและรู้สึกไม่สนุกกับการออกเดท แต่พอถึงคืนวันเสาร์ที่พวกเธอกลับบ้านด้วยความโดดเดี่ยวเพราะไม่ทำตาม กฎเหล็ก พวกเธอก็จะกลับมาหาเราแล้วพูดว่า "เอาล่ะ เอาล่ะ บอกฉันซิว่าฉันต้องทำยังไงบ้าง"

การทำสิ่งที่ตัวเองต้องการอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป ตอนสัมภาษณ์งาน คุณคงไม่ปล่อยตัวตามสบาย "เป็นตัวคุณจริงๆ" คุณจะเลี่ยงขนมหวานเมื่อคุณต้องการลดน้ำหนัก ทั้งหมดนี้มีหลักการเดียวกัน ดังนั้นจะฉลาดกว่าหากคุณไม่แค่จะใช้เวลาด้วยกันกับชายหนุ่ม และแหกกฎเหล็ก ทันทีที่คุณออกเดท

หากมองระยะยาวเป็นหลัก การแหก กฎเหล็ก ไม่ใช่สิ่งที่ดี มันอาจส่งผลให้คุณขึ้นคานได้ เราอยากให้คุณคิดถึงอนาคตระยะยาว คิดถึงสามีที่คุณรัก คืนแสนโรแมนติค โซ่ทองคล้องใจ เพื่อนคู่คิด และการแก่เฒ่าไปพร้อมๆ กับเขาคนนั้นที่หลงรักและเทิดทูนคุณแบบสุดหัวใจ

คิดถึงคืนวันเสาร์ที่คุณไม่ต้องโดดเดี่ยวและคุณก็ไม่ต้องร้องขอบรรดาเพื่อนสาวที่แต่งงานแล้วให้จัดนัดบอดให้คุณ คิดถึงการมีคู่ครอง! อย่างไรก็ตาม คุณต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ของคุณอาจดำเนินไปอย่างเชื่องช้าในช่วงสองสามเดือนแรกกว่าคุณจะมัดใจเขาได้สำเร็จ แต่จำได้ไหมว่าการไร้มารยาหญิง การเปิดเผยแสดงออกโต้งๆ ไปทุกเรื่อง ก็ไม่เคยช่วยให้คุณได้ในสิ่งที่คุณหวังไม่ใช่หรือ

มีหนังสือหลายเล่มและทฤษฎีหลายทฤษฎีต่างให้ความหวังมากมาย แต่มีเพียง กฎเหล็ก เท่านั้นที่สัมฤทธิ์ผลจริง คุณจะอ่านเกมออกอย่างง่ายดายเมื่อคุณทำตาม กฎเหล็ก ง่ายมาก หากเขาโทรมาหา ตามจีบขอคุณออกเดท นั่นคือ กฎเหล็ก แต่ถ้าคุณต้องมองข้ามพฤติกรรมบางอย่างของเขา - อย่างเช่น เขาไม่โทรมาหาหลังจากเดทแรกเพราะเขายังทำใจไม่ได้เรื่องแฟนเก่า - และคุณต้องคิดแล้วคิดอีกถึงสิ่งที่เขาพูด คิดจนหัวแทบแตก แล้วคุณต้องเป็นฝ่ายโทรหาเขา นั่นไม่ใช่ กฎเหล็ก จงลืมสิ่งที่เขาอ้างกับคุณ - อย่างเช่น "กลัวการผูกมัด" หรือ "ไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่" จำไว้ว่าเราไม่ใช่จิตแพทย์ เมื่อคุณทำตัวถูกต้อง แล้วเขาโทรมาขอคุณออกเดทนั่นคือ กฎเหล็ก อะไรที่นอกเหนือไปจากนี้ถือเป็นแค่บทสนทนา


กฏเหล็ก 1
เป็น “สิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง”

การเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างนั้นเป็นเรื่องของสภาวะรับรู้ทางจิต คุณไม่ต้องรวย ไม่ต้องสวย แล้วก็ไม่ต้องฉลาดหลักแหลมเพื่อที่จะรู้สึกว่า ตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่แรกเกิด ของอย่างนี้อยู่ที่การเรียนรู้และการฝึกฝนให้ช่ำชอง เช่นเดียวกันกับ กฎเหล็ก ข้ออื่นในหนังสือเล่มนี้

การเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างนั้นความจริงแล้วเป็นเรื่องของทัศนคติ เป็นสำนึกของความมั่นใจและความเจิดจรัสที่แผ่ซ่านทั้งตัวคุณตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เป็นวิธีการยิ้มของคุณ (ที่ทำให้ทั้งห้องดูสว่างไสว) การพูดอย่างมีจังหวะจะโคน (ไม่ตั้งหน้าตั้งตาพล่ามด้วยความตื่นเต้น) การฟัง (อย่างตั้งอกตั้งใจ) การมอง (ด้วยสายตาที่อบอุ่น ไม่ใช่การจ้องแบบตาไม่กระพริบ) การหายใจ (แบบสบายๆ) การยืน (หลังตรง) และการเดิน (อย่างเฉิดฉาย อกผายไหล่ผึ่ง)

ไม่สำคัญว่าคุณไม่ได้เป็นดาวมหาวิทยาลัยหรือไม่ได้จบปริญญาตรี หรือว่าคุณจะไม่ได้ติดตามข่าวสารปัจจุบันในสังคมเลย แต่คุณยังคงคิดว่าคุณ “ดีพอ”! คุณมั่นใจยิ่งกว่าผู้หญิงที่จบ MBA หรือผู้หญิงที่มีเงินมากมายในบัญชีธนาคาร คุณไม่รู้สึกต่ำต้อย คุณไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังหรือกระวนกระวาย คุณไม่เดทกับผู้ชายที่ไม่ต้องการคุณ คุณเชื่อในเรื่องความสมบูรณ์และความดีงามของโลก หากเขาไม่ใช่คนที่ใช่ จะต้องมีคนที่ดีกว่า คุณจะไม่แต่งงานกับใครก็ได้ ให้สักแต่ว่าแต่ง คุณไม่ตามตื้อใครและไม่ใช้เซ็กส์ล่อให้ผู้ชายรักคุณ คุณเชื่อในรักแท้และการแต่งงาน คุณไม่ประชดประชันและไม่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆเมื่อความสัมพันธ์จบลง ตรงกันข้าม คุณจะออกไปทำเล็บ ไปออกเดทครั้งใหม่ หรือไปงานเต้นรำสำหรับคนโสด คุณเป็นคนมองโลกแง่ดี คุณปาดน้ำตาทิ้งเพื่อไม่ให้เครื่องสำอางเลอะหน้า แล้วคุณก็ดำเนินชีวิตต่อไป! แน่นอน นั่นไม่ใช่ความรู้สึก ที่แท้จริงของคุณ แต่คุณต้องแสร้ง ทำ จนรู้สึกว่านี่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ คุณปฏิบัติประดุจว่า คุณเป็นแบบนั้น!

เมื่อคุณออกเดท คุณไม่เคยแสดงว่าการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งในใจคุณ คุณจะมีท่าทางสบายๆ จนทำให้เขาคิดว่าคุณคงปฏิเสธ การขอแต่งงานมาแล้วหลายครั้งหลายหน คุณจิบ -ไม่ใช่ซด- เครื่องดื่มแล้วปล่อยให้เขาค้นหาความเป็นตัวตนของคุณ แทนที่คุณจะเป็นฝ่ายบอกเขาเสียเองไปหมด คำตอบของคุณจะสั้นๆได้ใจความ สบายๆและหยอดนิดๆ กริยาของคุณนุ่มนวลและเป็นผู้หญิง คุณเอียงศรีษะเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วมือของคุณค่อย ๆ ลูบผมตั้งแต่ศีรษะลงมาตามเส้นผมอย่างช้า ๆ

ทุกความเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อคุณขอตัวเข้าห้องน้ำ หรือชำเลืองมองนาฬิกาเพื่อขอจบเดทจะต้องลื่นไหลและเซ็กซี่ ไม่ตะกุกตะกักหรือดูแข็งเกร็ง คุณผ่านการเดทมามากมาย คุณเชี่ยวชาญการออกเดท และเพราะคุณใส่ใจตัวเองเป็นอย่างดี คุณจะไม่นอนจิตตกบนเตียงและสวาปามคุ้กกี้ก่อนออกเดท ตรงกันข้าม คุณจะแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ อ่านหนังสือเล่มนี้และสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วยข้อคิดแง่บวกอย่าง
"ฉันเป็นผู้หญิงสวย ฉันดีพอ" คุณบอกตัวเองว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากไปกว่าพาตัวเองไปออกเดท เขาจะรักคุณหรือไม่ หรือเขาจะโทรมาอีกไหม ไม่ใช่ความผิดของคุณ คุณสวยทั้งจิตใจภายในและรูปลักษณ์ภายนอก ถ้าเขาไม่รักคุณก็ยังมีคนอื่นอีกมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณต้องจบเดทก่อน (ดู กฎเหล็ก 11)

เวลาคุณไปงานเต้นรำหรือปาร์ตี้คนโสด จงทำตัวให้ร่าเริง เต็มไปด้วยพลัง ทำราวกับว่าคุณเป็นดาราดัง คุณเดินเฉิดฉายเข้างานอย่างสง่าให้เหมือนกับว่าคุณเพิ่งลงจากเครื่องบินคองคอร์ดจากปารีส คุณมาเที่ยวเพียงแค่คืนเดียว และหากชายหนุ่มฮอตหล่อล่ำไม่ฉวยจับตัวคุณไว้ในคืนนี้แล้วล่ะก็ เขาเองนั่นแหล่ะที่ต้องเสียใจ!

คุณถือเครื่องดื่ม อาจเป็นน้ำแร่เปอร์ริเย่ แม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกกระหาย แต่มันช่วยให้คุณมือไม่ว่าง จะได้ไม่เผลอกัดเล็บหรือม้วนผมเล่นด้วยความกระวนกระวาย คุณไม่แสดงว่าคุณประหม่าถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกเช่นนั้นก็ตาม เคล็ดลับก็คือคุณต้องทำราวกับว่าทุกสิ่งไปได้สวย ถึงคุณจะกำลังอกสั่นขวัญแขวนเพราะใกล้สอบตกหรือเพิ่งโดนไล่ออกจากงาน คุณยังคงเดินเฉิดฉายอย่างมั่นใจเหมือนรู้ตัวเสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่ แม้คุณจะแค่กำลังเดินรอบห้องเท่านั้น คุณเดินไปรอบๆ คุณไม่หยุดยืนอยู่มุมห้องเพื่อรอให้ใครเดินเข้ามาหา พวกเขาจะต้องพยายามจับตัวคุณไว้ให้ได้เอง

ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่สวย ถ้าคุณคิดว่าสาวอื่นแต่งตัวสวยกว่า ผอมกว่าหรือ เก๋กว่า คุณต้องเก็บมันไว้ในใจ บอกตัวเองว่า "ผู้ชายคนไหนได้เราไปช่างโชคดี" จนมันซึมเข้าในใจลึกๆ จนคุณเชื่อตามนั้น ถ้ามีผู้ชายเข้ามาหาคุณ ยิ้มไว้และตอบคำถามเขาด้วยความน่ารักโดยพูดแต่เพียงน้อย ดูสงบเสงี่ยมแต่แฝงด้วยเสน่ห์น่าค้นหา ทิ้งให้เขากระหายใคร่รู้จักตัวคุณมากขึ้น ดีกว่าไปทำให้เขารู้สึกเบื่อ คุยกับเขาเพียงสองสามนาทีแล้วให้บอกเขาว่า "ฉันอยากจะเดินรอบๆสักนิดนะคะ"

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะยืนรอให้ผู้ชายมาขอเต้นรำทั้งคืน แต่คุณทำตาม กฎเหล็ก ถ้าเขาอยากใช้เวลากับคุณหรืออยากได้เบอร์โทรศัพท์คุณ เขาควรต้องเดินหาคุณในห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนเอง อย่ายื่นปากกาหรือนามบัตรให้เขา อย่าช่วยเขาทำให้เป็นเรื่องง่าย อย่าแม้แต่จะพกปากกาติดตัว เพราะคุณอาจจะอยาก "ช่วยเขา" เหตุผลตรงนี้ก็คือเขาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าเขาต้องวุ่นวายไปขอยืมปากกาจากพนักงานสาว คุณก็เพียงแต่ยืนรอเงียบๆ ขณะคิดกับตัวเองว่า "กฎเหล็ก ได้เริ่มขึ้นแล้ว!"

มันเป็นเรื่องง่ายๆ คุณแค่ปฏิบัติตาม กฎเหล็ก และเชื่อว่าวันหนึ่งเจ้าชายของคุณจะมองเห็นว่าคุณแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เขารู้จัก และขอคุณแต่งงาน!


กฏเหล็ก 2
อย่าคุยกับผู้ชายก่อน (และอย่าขอผู้ชายเต้นรำ)

อย่าหรือแม้แต่จะพูดว่า "ไปหากาแฟดื่มกันไหมคะ" หรือ "คุณมาร้านนี้บ่อยเหรอคะ" ถูกต้อง อย่าแม้แต่จะเปิดบทสนทนาด้วยประโยคธรรมดาๆเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาสนใจคุณก่อน เขาสะดุดตาคุณ เขาอยากได้คุณ หรือเขาแค่เพียงแต่มีมารยาทเท่านั้น

เรารู้ว่าคุณคิดอย่างไร รู้ว่าคุณคิดว่า กฎเหล็ก ข้อนี้ฟังดูหยิ่ง ติงต๊อง และยาก แต่เมื่อคิดตามเนื้อหาของ
กฎเหล็ก แล้วก็เป็นเรื่องสมเหตุผล เพราะในที่สุดหัวใจหลักของ กฎเหล็ก ก็คือฝ่ายหญิงไม่ควรจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เราเชื่อในกฎธรรมชาติที่ว่า – ผู้ชายจะต้องเป็นฝ่ายจีบผู้หญิง

หากเราพูดกับผู้ชายก่อน เรากำลังแทรกแซงสถานการณ์ซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ซึ่งบางทีอาจนำไปสู่บทสนทนาหรือการเดทที่ไม่ควรจะเกิด ซึ่งการที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนี้จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการทั้งหมด ในที่สุด วันหนึ่ง หนุ่มคนนั้นก็จะหันไปจีบสาวที่เขาชอบจริงๆ แล้วก็ทิ้งคุณไป

คุณอาจจะพยายามหาข้ออ้างขึ้นมาว่า "ก็เขาขี้อาย" หรือ "ฉันก็แค่ทำตัวเป็นมิตร" ผู้ชายขี้อายจริงหรือ เราจะให้คำตอบต่อคำถามนี้ บางที พวกจิตแพทย์อาจบอกคุณว่าผู้ชายอาย แต่เราเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่คนขี้อาย แค่เพียงแต่เขาไม่สนใจคุณจริง จริง เท่านั้น เขาเลยไม่เข้ามาทำความรู้จัก เรารู้ว่าเป็นการยากในการยอมรับความจริงข้อนี้ แล้วก็ยากอีกนั่นแหล่ะที่จะต้องเอาแต่เฝ้ารอคนที่ใช่ - คนที่เข้ามาทักคุณก่อน โทรหาคุณ และออกแรงทำทุกอย่างตั้งแต่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ เพราะว่าเขาต้องการได้คุณมาครอบครอง

เป็นเรื่องง่ายที่จะอธิบายการรุกก่อนของผู้หญิงยุคนี้ เมื่อก่อนผู้หญิงเจอกับผู้ชายได้ที่งานเต้นรำและการ "ออกงาน" ปาร์ตี้ พวกเธอเพียงแต่รอให้ผู้ชายคนใดคนหนี่งในฝูงชนเข้ามาคุยด้วย แต่ทุกวันนี้ผู้หญิงหลายคนเป็นนักบัญชี แพทย์ ทนายความ ทันตแพทย์ หรืออยู่ในระดับผู้บริหาร ผู้หญิงทำงานร่วมกับผู้ชาย ทำงานให้กับผู้ชาย และผู้ชายก็ทำงานให้กับผู้หญิง ผู้ชายเป็นคนไข้และเป็นลูกค้าของผู้หญิง แล้วผู้หญิงจะไม่พูดกับผู้ชายก่อนได้ยังไงล่ะ

คำตอบของ กฎเหล็ก ก็คือคุณต้องปฏิบัติกับผู้ชายที่คุณสนใจเหมือนกับเขาเป็นลูกค้า หรือคนไข้ หรือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ อาจเป็นการยากสักนิด แต่หากยอมรับกันตรงๆ เมื่อใดที่ผู้หญิงเจอผู้ชายที่ถูกใจ เธอจะเสมือนมีไฟดวงโตจุดประกายส่องสว่างอยู่เหนือหัว เธอรู้สึกสบายอกสบายใจ หัวเราะ และใช้เวลากับพวกเขานานเกินความจำเป็นโดยไม่ทันรู้สึกตัว เธออาจหยอดชวนเขาทานมื้อเที่ยงเพื่อพูดคุยบางเรื่องที่คุยผ่านทางโทรศัพท์ก็ได้ เพียงเพราะหวังว่านั่นอาจเป็นชนวนสานสัมพันธ์หวานชื่นต่อไป นับเป็นกลวิธีดาษดื่นที่ผู้หญิงฉลาดบางคนพยายามทำผ่านข้ออ้างเรื่องงาน พวกเธอคิดว่าเธอมีการศึกษาและมีความสามารถสูงเกินกว่าจะนั่งรอ เล่นเกมส์ หรือทำตาม กฎเหล็ก เธอนึกว่าปริญญาและเงินเดือนสูงลิบให้สิทธิ์เธอทำได้มากกว่านั่งรอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เรารับรองได้ว่าผู้หญิงพวกนี้มักหัวใจสลาย เมื่อการรุกของพวกเธอถูกบอกปัด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกผู้ชายรู้ว่าเขาต้องการอะไร ไม่จำเป็นที่ใครจะต้องมาชวนพวกเขา ทานมื้อเที่ยง

สรุปสั้นๆ ได้ใจความในเรื่องนี้ก็คือ ถึงแม้ว่าคุณจะเจอผู้ชายจากการทำงาน คุณก็ยังคงต้องทำตาม กฎเหล็ก คุณต้องรอให้เขาเป็นฝ่ายชวนทานมื้อเที่ยงหรือชวนทำอะไรก็ตาม นอกเหนือจากเรื่องงานด้วยตนเอง เหมือนกับเรื่อง กฎเหล็ก 17 ปล่อยให้ผู้ชายเป็นผู้เริ่มต้น แม้ว่าคุณจะมีรายได้เท่ากับผู้ชายที่คุณสนใจ เขาก็ยังต้องเป็นฝ่ายชวนคุณทานมื้อเที่ยงอยู่ดี หากคุณไม่ยอมรับว่าผู้ชายกับผู้หญิงแตกต่างกันในเรื่องการดำเนินความสัมพันธ์ หากคุณคิดว่าชายหญิงทัดเทียมกันได้ในเรื่องงาน แล้วทำไมคุณจะทำตัวเหมือนผู้ชาย - พูดกับพวกเขาก่อน ขอเบอร์โทรศัพท์ ชวนเขาทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อคุยเรื่องงานไม่ได้ – คำตอบคือ ไม่ควร เพราะนั่นจะเป็นการผลักไสเขาให้ออกห่าง การเป็นฝ่ายรุกก่อนมีความเสี่ยง บางครั้งเราเห็นมันได้ผล แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ค่อยได้ผล ส่วนใหญ่พวกผู้หญิงมัก อกหักเสมอ การไม่ยอมรับความคิดที่ว่าผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจีบผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงตกที่นั่งหมิ่นเหม่ต่อการถูกปฏิเสธหรือถูกเมิน ถึงไม่ใช่ตอนนี้ก็อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เราหวังว่าคุณคงไม่ต้องทนกับความทรมานเหมือนเรื่องต่อไปนี้:

แพมเพื่อนทันตแพทย์ของเราเริ่มความสัมพันธ์กับโรเบิร์ตขณะที่ทั้งสองเรียนทันตแพทย์ด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน เธอเป็นฝ่ายชวนเขาทานมื้อเที่ยง เป็นฝ่ายพูดกับเขาก่อน แม้ว่าต่อมาทั้งสองจะกลายเป็นคู่รักและอยู่บ้านเดียวกัน เขาไม่เคยแสดงว่า "ตกหลุมรัก" เธออย่างแท้จริง เธอจึงไม่รู้สึกมั่นคงในความสัมพันธ์นี้ตลอดเวลา เพราะอะไรน่ะหรือ นั่นก็เพราะเธอเป็นฝ่ายพูดกับเขาก่อน ไม่นานมานี้ เขาบอกเลิกเธอด้วยสาเหตุจากเรื่องเพียงเล็กน้อย ความจริงก็คือเขาไม่เคยรักเธอ ถ้าแพมทำตาม กฎเหล็ก เธอจะไม่พูดกับโรเบิร์ตก่อนหรือเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ถ้าแพมทำตาม กฎเหล็ก เธออาจมีโอกาสเจอกับคนอื่นที่ต้องการเธออย่างแท้จริง เธอคงไม่ต้องเสียเวลา หญิง กฎเหล็ก ย่อมไม่เสียเวลา

อีกตัวอย่างหนึ่งของหญิงเก่งที่แหก กฎเหล็ก คือ คลอเดีย นายหน้าค้าหุ้นผู้แสนมั่นใจแห่งวอลล์สตรีท เธอเจอสามีในอนาคตขณะเต้นรำอยู่ในดิสโก้ชื่อดัง เธอพาตัวเองไปยืนอยู่ข้างเขานานถึงห้านาทีเต็ม เมื่อเขานิ่งไม่เริ่มก่อน เธอบอกตัวเองว่าเขาอาจอายหรือมีเหตุผลบางอย่าง เธอจึงขอเต้นรำกับเขาเอง ความสัมพันธ์ของทั้งสองเต็มไปด้วยปัญหา เธอบ่นเสมอว่าเขา "ขี้อาย" กับเรื่องบนเตียงเหมือนกับที่เขาขี้อายในคืนแรกที่พบกัน

เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเต้นรำ ปัจจุบันกลายเป็นความนิยมที่ผู้หญิงจะขอผู้ชายเต้นรำ แน่นอนว่ามันเป็นอย่างที่คุณสงสัย การกระทำนี้เป็น การแหก กฎเหล็ก โดยสิ้นเชิง ถ้าผู้ชายไม่ได้พยายามที่จะเดินข้ามห้องมาขอคุณเต้นรำ แน่นอนว่าเป็นเพราะเขาไม่สนใจ แล้วการที่คุณขอเขาเต้นรำเสียเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกนี้ หรือเปลี่ยนให้เขารู้สึกกระตือรือร้นสนใจคุณได้ เขาอาจรู้สึกภูมิใจที่คุณเป็นฝ่ายชวน และเขาก็
เต้นรำกับคุณเพียงเพื่อรักษามารยาท บางทีเขาอาจอยากสานสัมพันธ์บนเตียงกับคุณในคืนนั้น แต่เขาไม่ได้คลั่งไคล้คุณ เพราะเขาไม่ได้สนใจคุณหรือเป็นเพราะคุณทอดสะพานเกินไป เขาเลยไม่ได้ตามจีบคุณและความจริงนี้จะเป็นยาดำในความสัมพันธ์ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็น
ฝ่ายขอคุณเดท

เรารู้ว่าคุณคิดอะไร แล้วฉันควรจะทำอย่างไรถ้าไม่มีใครมาขอฉันเต้นรำเลยล่ะ โชคร้ายหน่อยนะที่คำตอบคือ การเดินไปเข้าห้องน้ำห้าครั้งหากมันต้องเป็นแบบนั้น ไปเติมลิปสติก ตบแป้งบนจมูกเพิ่ม สั่งเครื่องดื่มอีกแก้ว ทำใจให้มีความสุข เดินไปรอบๆห้องจนกว่าจะมีคนสนใจคุณ โทรหาเพื่อนที่แต่งงานแล้วจากล็อบบี้เพื่อขอกำลังใจ – สรุปก็คือ ทำอะไรก็ได้ยกเว้นขอผู้ชายเต้นรำก่อน การเต้นรำไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องสนุกสำหรับเรา ใช่ มันอาจเป็นเรื่องสนุกสำหรับผู้หญิงอื่นๆที่อยากออกเที่ยวเพื่อหาความสนุก แต่คุณกำลังมองหารักแท้และการแต่งงาน ดังนั้นคุณจึงไม่ควรทำตามใจตัวเองทุกอย่าง คุณต้องทำตาม กฎเหล็ก นั่นหมายความว่าแม้คุณจะเบื่อหรือเหงา คุณก็ไม่ขอผู้ชายเต้นรำก่อน อย่าแม้แต่จะไปยืนข้างผู้ชายที่คุณชอบเหมือนที่ผู้หญิงคนอื่นๆทำ ด้วยความหวังว่าเขาอาจขอคุณเต้นรำ คุณต้องรอให้เขาสังเกตเห็นคุณเอง คุณอาจต้องกลับบ้านโดยไม่เจอคนที่คุณชอบหรือไม่ได้เต้นรำแม้แต่เพลงเดียว แต่จำไว้เสมอว่าอย่างน้อยคุณก็ได้ปฏิบัติตาม กฎเหล็ก เพราะคุณจะเต้นรำเมื่อไหร่ก็ได้ คุณเดินออกมาด้วยความรู้สึกว่าอย่างน้อยคุณก็ประสบความสำเร็จที่ไม่แหก กฎเหล็ก!

หากนี่ฟังดูน่าเบื่อหน่าย จงจำไว้ว่าอีกทางหนึ่งแย่ยิ่งกว่า เพื่อนของเราคนนึง แซลลี่ขัดเคืองใจที่เธอได้แต่เต้นรำกับพวก "ขี้แพ้" ในงานปาร์ตี้งานหนึ่ง จนสุดท้ายแซลลี่ตัดสินใจแหก กฎเหล็ก ที่เธอจำได้ขี้นใจ เธอไปขอผู้ชายที่หล่อที่สุดในงานเต้นรำ เขารู้สึกปลื้มและเต้นรำกับเธอนานหลายชั่วโมง และเขาได้ขอแซลลี่ออกเที่ยวอีกสามคืนติดต่อกัน "บางทีนี่อาจเป็นข้อยกเว้นของ กฎเหล็ก" เธอคิดด้วยความกระหยิ่มใจ
แต่ต่อมาเธอก็พบความจริงว่าคนที่ใช่ของเธอนั้นมาเมืองนี้เพื่อทำธุรกิจเพียงสองสามวัน เขามีแฟนสาวอยู่แล้วในอีกฟากหนึ่งของประเทศ ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมเขาถึงไม่ขอใครเต้นรำเลยในคืนนั้น เขาแค่แวะไปที่งานปาร์ตี้เพื่อความสนุก ไม่ได้ไปเพื่อมองหาภรรยาในอนาคต

สัจธรรมของเรื่องนี้ก็คือ: อย่าได้พยายามค้นหาว่าทำไมไม่มีใครสักคนขอคุณเต้นรำ – ทุกสิ่งย่อมมีเหตุผลเสมอ

มันน่าเศร้าว่าเวลาที่พวกผู้หญิงออกเที่ยว พวกเธอมักคิดว่าเพื่อไปเจอกับใคร "คนที่ใช่" มากกว่าที่จะมองว่าเป็นการเปิดโอกาสพบปะสังสรรค์กับเพศตรงข้าม พวกเธอมักกระตือรือร้นและกังวลเพราะอยากทำให้ดีที่สุด แล้วสุดท้ายพวกเธอก็พูดกับผู้ชายและขอพวกผู้ชายเต้นรำก่อน ดังนั้นคุณต้องบอกตัวเองให้รับสภาพว่าคุณจะไม่หวังผลอะไรจากการเต้นรำนั้น จงคิดแต่เพียงว่านี่เป็นโอกาสได้ใส่ส้นสูง ปัดแก้มด้วยบรัชออนสีใหม่ แล้วก็ไปปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มีโอกาสว่าเพศตรงข้ามบางคนอาจเข้ามาคุยกับคุณก่อนในคืนนั้น แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่มีคนเข้ามาแล้วบังเอิญคุณไม่ได้อยู่ในอารมณ์สนุก จงอย่าแสดงออกให้เขารู้ อย่าอวดฉลาดหรือพูดจาเสียดสีทำนองว่า "คงสนุกกว่าถ้าอยู่บ้านแล้วนั่งดูซิทคอม" ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่มองโลกในแง่ลบ ถ้ามีใครถามคุณว่าสนุกหรือเปล่า แค่ตอบรับและและยิ้มเท่านั้นก็พอ

ถ้าคุณคิดว่าสิ่งเหล่านี้ยากเกินไปที่จะทำ ก็จงอย่าออกไปเที่ยว อยู่บ้าน ออกกำลังกาย นั่งดูซิทคอม และทบทวน กฎเหล็ก อีกครั้ง จะดีกว่าหากคุณอยู่บ้าน แทนที่จะออกเที่ยวแล้วแหก กฎเหล็ก


กฏเหล็ก 3

อย่าจ้องผู้ชายหรือพูดมากเกินไป

การมองเขาก่อนนั้นเป็นการทำลายความน่าสนใจให้หมดสิ้นไป ปล่อยให้เขามองคุณ ก่อน! ถ้าเขาไม่สังเกตเห็นคุณก่อนก็เป็นไปได้ว่าเขาไม่ได้สนใจคุณ เดินเรื่อยต่อไป คนอื่นจะสังเกตเห็นคุณเอง

คุณรู้หรือไม่ว่ามีคอร์สอบรมสอนผู้หญิงให้รู้จักสบตาผู้ชายที่คุณคิดว่ามีเสน่ห์ อย่าเสียเงินกับเรื่องพวกนี้ ไม่มีความจำเป็นที่ผู้หญิงต้องสบตาผู้ชาย แล้วเรื่องส่งสัญญาณให้ผู้ชายรู้ว่าคุณสนใจเขาล่ะ เราแนะนำให้คุณเพียงยิ้มให้กับห้อง (หรือคุณจะคิดถึงจักรวาลก็ได้) ทำตัวตามสบายและวางท่าทีเป็นมิตร เพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชาย แต่อย่าจ้องเขา อย่าทำสายตากังวลสอดส่ายหา "คนที่ใช่" เพราะนั่นกลับจะเป็นการทำให้เขาเมินหนี การกระวนกระวายใจไม่ใช่คุณสมบัติในการหว่านเสน่ห์

ในเดทแรกจงอย่าส่งตาหวานให้เขา ไม่อย่างนั้นเขาจะรู้ทันทีว่าคุณกำลังคิดถึงแผนการฮันนีมูนกับเขาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จงมองโต๊ะหรือมองอาหาร คุณอาจเสมองภาพวาดบนผนัง หรือมองสำรวจคนอื่นๆในร้านอาหารบ้างเป็นครั้งคราว การแสดงออกว่าคุณสนใจคนอื่นหรือสนใจสิ่งรอบข้างนั้นดีกว่าที่จะเอาแต่จ้องมองเขาเหมือนเขาเป็นเหยื่อ ถ้าคุณมองเขาบ่อยเกินไป คุณอาจจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดและกดดันได้ ดังนั้น
จงควบคุมใจตัวเองไว้ ปล่อยให้เขาใช้ค่ำคืนนั้นในการพยายามเป็นจุดความสนใจของคุณ

ส่วนยากที่สุดในการเดทคือการคิดหัวข้อสนทนา คุยเรื่องดินฟ้าอากาศหรือเรื่องการเมืองดีไหม ควรวางตัวฉลาดเฉลียวหรือวางตัวเป็นสาวน้อยดีนะ ถ้าคุณฉลาด จงวางตัวตามสบายและคอยฟังว่าเขาคุยเรื่องอะไรแล้วคุยตามเขา ถ้าเขาคุยเรื่องคลับเต้นรำ บอกเขาไปว่าคุณชอบเที่ยวที่ไหนและที่โปรดของคุณชื่ออะไร เราไม่ได้กำลังแนะนำให้คุณเป็นคนดูหัวสูงนะ ตรงกันข้าม! มันจะทำให้คุณดูเป็นคนคุยด้วยได้ง่าย แล้วเมื่อได้จังหวะเหมาะก็จงแสดงให้เขาเห็นว่าคุณติดตามข่าวสารเหตุการณ์ต่างๆ และความสนใจด้านอื่นๆ ของคุณ

เดทแรกๆ ไม่ใช่ เวลาที่คุณจะเล่าปัญหาเรื่องที่ทำงานให้เขาฟัง ที่ถูกคือ จงอย่าคุยเรื่องหนักๆ และอย่าพยายามทำตัวตลกหากเขาคนนั้นเป็นคนจริงจัง หลักง่ายๆคือ ก็แค่วางตัวไปตามน้ำ

แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งคุณทั้งสองคนอาจไม่มีอะไรจะพูด จงอย่าพยายามพูดอะไรเพียงเพื่อทำลายความเงียบ เพราะนั่นอาจทำให้คุณเผลอพูดอะไรไร้สาระและดูฝืนๆ บางครั้งผู้ชายก็แค่อยากขับรถไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร จงปล่อยเขา บางทีเขาอาจกำลังคิดวิธีขอคุณแต่งงานในวันหนึ่งข้างหน้าก็ได้ ดังนั้น อย่าทำลายสมาธิเขา

อย่ารู้สึกว่าคุณต้องทำตัวสนุกสนานหรือพูดเรื่องน่าสนใจตลอดเวลา เพราะเขาจะคิดว่าคุณพยายามเกินไป แค่อยู่ตรงนั้น! จำไว้ว่าผู้ชายตกหลุมรักคุณเพราะคุณเป็นคุณ ไม่ใช่เพราะคำพูดใดคำพูดหนึ่งของคุณ

สำหรับการออกเดท ผู้ชายควรเป็นฝ่ายพยายามที่จะหาหัวข้อฉลาดๆมาคุยกับคุณ หรือเป็นฝ่ายตั้งคำถามมากมายเพื่อถามคุณ เขาควรเป็นฝ่ายกังวลว่าจะได้รับความสนใจจากคุณหรือไม่ ผู้ชายส่วนใหญ่เห็นว่าผู้หญิงจ้อไม่หยุดน่ะน่ารำคาญ เรารู้จักผู้ชายที่เลิกโทรหาผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์ถูกใจเพียงเพราะเธอพูดไม่หยุด จงอย่าทำตัวแบบนั้น ผู้หญิงอาจมีนิสัยช่างพูดโดยเฉพาะเรื่องความรักความสัมพันธ์ แต่จงสงบปากสงบคำไว้ รอจนเดทจบแล้วค่อยโทรหาเพื่อนสาวสักสิบคนเพื่อวิเคราะห์เดทกับเพื่อนสาวของคุณแทน

ในระหว่างเดท ถ้าคุณชอบเขาและประทับใจในตัวเขา จงทำใจสงบและสงวนท่าที ให้เขาสงสัยว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ การสงวนท่าทีจะทำให้เขาคิดว่าคุณน่าสนใจและน่าค้นหาแตกต่างจากผู้หญิงทั้งหลายที่เขาเคยเดท คุณไม่อยากให้เขาคิดถึงคุณอย่างนั้นหรือ


กฏเหล็ก 8
หาอะไรทำก่อนออกเดท

ผู้หญิงส่วนใหญ่ออกเดทด้วยความคาดหวังต่างๆ นานา เธออยากให้ผู้ชายเห็นว่าเธอสวย ขอเธอเดทอีกครั้ง และกลายเป็นพ่อของลูกของเธอท้ายที่สุด รู้ๆกันอยู่ว่าผู้หญิงพวกนี้มักผิดหวัง เพราะอย่างนี้เราจึงค้นพบวิธีที่จะช่วยได้ - หรือที่ถูก วิธีที่จำเป็นต้องทำ - คุณต้องหากิจกรรมอื่นทำให้มากที่สุดก่อนถึงเวลาออกเดท นั่นก็คือหาอะไรทำให้ยุ่งเข้าไว้จนกว่าเขาจะกดออดหน้าบ้าน เพื่อเมื่อเขาเจอหน้าคุณ คุณจะได้ดูยุ่งๆและเปี่ยมไปด้วยพลังกระตือรือร้น

เราแนะนำให้คุณทำสิ่งต่อไปนี้ในวันออกเดท

1. อย่ามัวแต่กระวนกระวาย คุณควรไปเข้าฟิตเนส ทำเล็บ หรือแช่น้ำอุ่นนานๆ ให้สบายใจแทน
2. ซื้อเสื้อผ้าหรือน้ำหอมขวดใหม่ แต่งหน้าแต่งตัวสไตล์ใหม่ๆ เพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง
3. งีบหลับ ถ้าคุณมักง่วงตอนสี่ทุ่มเสมอ การงีบช่วยให้คุณมีแรง
4. ไปดูภาพยนตร์ (ภาพยนตร์ตลกนะ ไม่ใช่ภาพยนตร์โรแมนซ์ เพื่อคุณจะได้ไม่หมกมุ่นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในหัว) อ่านหนังสือพิมพ์หรือหนังสืออื่นเพื่อให้สมองมีเรื่องให้ขบคิด แทนที่จะนั่งนึกว่าชื่อคุณกับนามสกุลของเขาเข้ากันได้ดีไหม ถ้าคุณยุ่งทั้งวัน อารมณ์ของคุณจะไม่ติดแหงกกับเขา คุณจะไม่รู้สึกว่างเปล่าในใจเมื่อเขามารับคุณ

แล้วคุณก็ไม่ควร ทำสิ่งเหล่านี้

1. คุยกับเพื่อนสาวทั้งวันเรื่องเดท เรื่องโฉลกของราศีเขากับราศีคุณ เรื่องที่ว่าคุณมั่นใจว่าเขาเป็น "คนที่ใช่" หรือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขา คุณไม่ควรคิดเรื่องเดทเลยด้วยซ้ำ
2. ไปเจอกับแม่ ยายหรือใครก็ตามที่อยากให้คุณเป็นฝั่งเป็นฝาโดยเร็ว การใช้เวลาใกล้ชิดกับคนพวกนี้อาจทำให้คุณอยากจับเขาแทบตายจนทำให้ระหว่างการเดทคุณอาจพูดถึงเรื่องนั้น (การแต่งงาน) โดยไม่ตั้งใจ แล้วก็ทำให้เขาหวาดระแวง
3. ลองเขียนชื่อคุณและชื่อเขาในแบบต่างๆ เช่น
ซูซาน จอห์นสัน
ซูซาน ดอบส์ จอห์นสัน
ซูซาน ดี. จอห์นสัน

หาอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ทำจะดีกว่า


กฏเหล็ก 9

วิธีปฏิบัติตัวในเดท 1, 2 และ 3

ถ้าคุณเป็นเหมือนพวกเรา คุณจะคิดวนเวียนตลอดเวลาว่าคุณทั้งสองชอบอะไรเหมือนกันบ้างก่อนที่เขาจะมารับคุณ แล้วคุณก็ตั้งชื่อลูกของคุณกับเขาไว้เรียบร้อยแล้วก่อนที่เขาจะเอ่ยทักคุณเสียอีก การฝันกลางวันเรื่อยเปื่อยก่อนออกเดทเป็นเรื่องไม่เข้าท่า และอาจถึงขั้นเลวร้ายได้ เพราะคุณอาจเผลอหลุดสารภาพรักกับเขาก่อนถึงเวลาเสิร์ฟของหวานเสียอีก การฝันหวานถึงแต่สิ่งดีๆอาจทำให้คุณเฝ้ารอการตอบสนองและคาดหวังลมๆ แล้งๆว่าเขาจะมอบความรักและเสน่หากลับ ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุให้คุณพูดอะไรอย่างไม่ตั้งใจ เช่น "ฉันมีตั๋วคอนเสิร์ตอยู่สองใบ" หลังจากเดทแรก (ใช่ คุณอาจอยากตอบแทนเขา แต่จงทำทีหลัง - ดู
กฎเหล็ก
4)

ถ้าเป็นไปได้อย่าคิดถึงเขาก่อนเจอกัน ที่จริงแล้ว อย่าคิดถึงเขาในช่วงสามเดทแรกเลยจะดีกว่า ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้จนถึงวินาทีที่เขากดออดหน้าประตู (อย่าให้เขาเข้ามาในอพาร์ทเมนท์คุณในเดทแรก ทางที่ดี คุณควรลงไปพบเขาที่บริเวณล็อบบี้ หรือนัดเจอเขาที่ร้านอาหารหญิงกฎเหล็ก รอบคอบและระวังตัวเสมอ) ในช่วงสามเดทแรก อย่าเล่าเรื่องแต่ละวันของคุณให้เขาฟังราวกับว่าคุณทั้งคู่รู้จักกันมานานหลายปีแล้ว เพราะคุณหลงคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้คุณคุ้นเคยกันมากขึ้น อย่าตึงเครียด อย่าพยายามบงการหรือทำตัวราวกับเป็นภรรยาเขา อย่าพูดถึงเรื่องนั้น – การแต่งงาน - อย่าแม้แต่เล่าว่าน้องชายคุณเพิ่งแต่งงานเมื่อเร็วๆ นี้

จำไว้ว่าคุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง สวยทั้งรูปกายและจิตใจ ดังนั้นอย่าตั้งใจมากเกินไปเหมือนกับว่าคุณกำลังเข้าสัมมนาเรื่องความรักหรืออยู่ในคอร์สบำบัด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่ากดดัน

ความจริงแล้ว ในสามเดทแรก ให้เพียงคิดว่าก็แค่ไปเจอกับเขา ผ่อนคลาย และสมมติตัวเองว่ากำลังเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์ (อ่าน กฎเหล็ก 1 จงเป็น "สิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง" อีกครั้ง) จงทำตัวอ่อนหวาน น่ารักและร่าเริง หัวเราะกับมุขตลกของเขา แต่อย่าพยายามจนมากเกินไป ยิ้มบ่อย ๆ แต่อย่าฝืนพูดเพื่อทำลายความเงียบ ปล่อยให้ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของผู้ชาย - มารับคุณ เลือกร้านอาหาร เปิดประตูและเลื่อนเก้าอี้ให้คุณ ทำตัวให้เป็นธรรมชาติตลอดเวลา เหมือนกับว่าคุณออกเดทอยู่เสมอและเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องธรรมดา (แม้ว่าคุณจะไม่ได้ออกเดทมานานหลายปีแล้ว) ถ้าอยากคิดถึงอะไรสักอย่างในสัปดาห์นั้น ก็จงคิดถึงเดทที่ผ่านมากับผู้ชายในอดีต คุณควรพยายามเดทกับผู้ชายอื่นบ้างเพื่อจะได้ไม่ยึดติดกับผู้ชายคนเดียวตลอดเวลา

จบเดทแรกก่อน (ดู กฎเหล็ก 11) โดยเฉพาะถ้าคุณชอบเขา เหลือบมองนาฬิกาหลังผ่านไปสองชั่วโมง
(สำหรับเดทที่เป็นการดื่ม) หรือสามถึงสี่ชั่วโมง (สำหรับเดทที่เป็นการรับประทานอาหาร) แกล้งถอนหายใจแล้วพูดว่า "ตายแล้ว สนุกมากเลยค่ะ แต่พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ" ไม่ต้องบอกเขาว่าคุณจะทำอะไรพรุ่งนี้ หลังจบเดทแรก อาจปล่อยให้เขาคิสคุณเบาๆ ที่แก้มหรือริมฝีปาก แม้ว่าใจจริงจะอยากให้เขาทำมากกว่านั้น

อย่าเชิญเขาขึ้นอพาร์ทเมนท์หลังจบเดทแรก ถึงตรงนี้ เขายังคงเป็นเพียงคนแปลกหน้าของคุณ เขาควรมีโอกาสได้เห็นแค่ล็อบบี้อพาร์ทเมนท์ของคุณเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยและเป็น กฎเหล็ก ด้วย การไม่อนุญาตให้เขาเข้าอพาร์ทเมนท์คุณ หรือการไม่ไปอพาร์ทเมนท์ของเขาเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมสำหรับปัญหาที่อาจเกิดตามมา ถ้าคุณเจอผู้ชายในบาร์หรือที่งานปาร์ตี้ คุณยิ่งควรทำตามกฎเหล็ก ข้อนี้ อย่าขึ้นรถไปกับเขาไม่ว่ากรณีใดก็ตาม (คุณอาจกลายเป็นศพท้ายรถได้!) อย่าเชิญเขาไปที่อพาร์ทเมนท์คุณหรือคุณไปที่อพาร์ทเมนท์ของเขาในคืนนั้น ถึงอย่างไรโลกนี้ก็ยังมีอันตรายอยู่ จงปลอดภัยไว้ก่อน!

ในเดทสอง จงใช้วิจารณญาณของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณวางใจผู้ชายคนนี้ได้ คุณอาจอนุญาตให้เขามารับคุณที่อพาร์ทเมนท์และเชิญเขาเข้ามาดื่มในอพาร์ทเมนท์ได้หลังจากจบเดทแล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่วางใจเขา ควรพบและบอกลาเขาที่ล็อบบี้อพาร์ทเมนท์เท่านั้น หญิงกฎเหล็ก ไม่เสี่ยง!

เรารู้ว่าสิ่งที่เราขอให้คุณทำตรงนี้อาจฝืนความรู้สึก แต่หากคุณอยากแต่งงาน ไม่ได้ต้องการแค่เพียงความสัมพันธ์ชั่วคืนเดียวแล้วล่ะก็ในสามเดทแรกคุณควรแค่เพียง "ไปเจอเขาและไม่มีอะไรคืบหน้ากว่านั้น" แค่แต่งตัวให้สวย ทำตัวเป็นมิตร บอกลาเขา แล้วก็กลับบ้านอย่าเพิ่งทุ่มเทความรู้สึกให้ถลำลึก คุณอาจสงสัยว่าต้องทำอย่างนี้นานแค่ไหนใช่ไหม ไม่ต้องกังวล หลังจากนี้ไปเรื่องจะง่ายขึ้น!


กฏเหล็ก 10
วิธีปฏิบัติตัวในเดทสี่จนถึงช่วงความสัมพันธ์อยู่ตัว

ในช่วงสามเดทแรกคุณก็แค่ไปเจอเขาและทำตัวน่ารัก ในเดทสี่ คุณอาจแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น อาจพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่สุดโต่งจนเกินไป แต่คุณจะไม่เล่นบทจิตแพทย์หรือบทแม่เด็ดขาด คุณควรเพียงแค่แสดงความอบอุ่น มีเสน่ห์และจริงใจ ถ้าสุนัขของเขาตายหรือทีมเบสบอลของเขาแพ้ จงแสดงความเสียใจกับเขา มองสบตาเขา ตั้งใจฟังและเป็นนักฟังที่ดีเพื่อให้เขาสัมผัสได้ว่าคุณเป็นคนมีจิตใจที่ดี เป็นผู้หญิงที่พร้อมจะเป็นภรรยาที่อยู่เคียงข้างเขา แต่คุณก็ยังไม่ควรพูดคำบางคำเหล่านี้ เช่น แต่งงาน งานแต่งงาน การมีลูก หรืออนาคตเรื่องเหล่านี้เป็นหัวข้อที่เขาต้องเป็นฝ่ายพูดก่อนและเขาต้องเป็นฝ่ายปฏิบัติการในเรื่องเหล่านี้ คุณควรพูดถึงเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งคู่ เช่นเรื่องกีฬาที่ชอบ รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์เรื่องสนุก หนังสือนิยายที่คุณเพิ่งอ่านจบ บทความที่น่าสนใจจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ฉบับวันอาทิตย์ หรือนิทรรศการดีๆ ในพิพิธภัณฑ์ที่คุณเพิ่งไปมา คุณน่าจะพอนึกออก!

อย่าบอกเขาว่าหมอดู นักโภชนาการ ครูฝึกเทรนเนอร์ จิตแพทย์ หรือครูสอนโยคะของคุณคิดอย่างไรเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณ

อย่าบอกเขาว่าคุณเคยเละเทะมาแค่ไหนก่อนจะค้นพบคอร์สสัมมนาและผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ทำนองว่า "ชีวิตฉันเคยย่ำแย่มาก่อนที่จะเข้าคอร์สสร้างกำลังใจ (หรือคอร์สอะไรทำนองนี้)"

อย่าบอกเขาว่าเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ปฏิบัติต่อคุณเป็นอย่างดี เขาจะคิดไปว่าคุณเป็นพวกขี้แพ้หรือเป็นหญิงก๋ากั่น

อย่าวิพากษ์วิจารณ์ความสัมพันธ์ในอดีตของเขา เพราะนั่นไม่ใช่กงการอะไรของคุณ

อย่าพูดว่า "เราต้องคุยกัน" ด้วยเสียงเครียด เพราะอาจทำให้เขารีบพุ่งตัวหนีจากเก้าอี้

อย่าทำให้เขารู้สึกด้อยด้วยการเล่าถึงความสำเร็จในหน้าที่การงานของคุณ จงปล่อยให้เขาโดดเด่น

อย่าทำให้เขารำคาญด้วยเรื่องกวนประสาทของคุณ!!

จำไว้ว่าคุณไม่ต้องเก็บเรื่องส่วนตัวทั้งหลายแหล่เหล่านี้ไว้กับตัวเองตลอดกาล ก็เพียงแค่ระยะสองสามเดือนแรกเท่านั้น..จนกว่าเขาจะบอกว่าเขาตกหลุมรักคุณแล้ว นั่นแหล่ะคุณจึงสามารถค่อยๆ แสดงตัวตนของคุณออกมาได้ เพราะความประทับใจแรกในช่วงเดทสองสามเดือนแรกจะเป็นความทรงจำที่จะตรึงในใจเขาตลอดไป

ถ้าคุณคิดว่าที่พูดมายากเกินไปที่จะทำแล้วล่ะก็ จงจบเดทให้เร็วขึ้นหรือเจอกับเขาให้น้อยลง การเปิดเผยเรื่องของคุณให้เขารู้เร็วเกินไปจะเป็นผลเสียต่อเป้าหมายของคุณ ผู้หญิงหลายคนเชื่อจิตแพทย์และมักเปิดเผยความรู้สึกในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งนั่นอาจเป็นการกระทำที่เหมาะสมสำหรับการบำบัดหรือความสัมพันธ์กับเพื่อนสาว แต่อย่าทำแบบนี้ในการออกเดทเด็ดขาด กฎเหล็ก เป็นเรื่องของการทำความรู้จักกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อที่ผู้ชายจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด คุณไม่คิดหรือว่าการถาโถมคนอื่นด้วยเรื่องชีวิตของคุณในการเดทสามชั่วโมงเป็นการเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว จำไว้ว่า กฎเหล็ก เป็นเรื่องของการค่อยเปิดๆใจอย่างไม่เห็นแก่ตัว

การเปิดใจนั้นไม่จำเป็นต้องเปลือยจนหมดเปลือก จนคุณต้องตอบคำถามทุกข้อแม้แต่คำถามที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นเรื่องที่เขาไม่จำเป็นต้องรู้ จงอย่าพูด อย่าบอกในสิ่งที่อาจทำให้คุณเองต้องเสียใจภายหลัง ผู้ชายบางคนชอบสอดรู้สอดเห็นความลับของผู้หญิง แล้วบางครั้งผู้หญิงก็เปิดเผยจนมากเกินไป เพราะคิดว่าการเปิดเผยจะทำให้ผู้ชายรู้สึกใกล้ชิดกับคุณยิ่งขึ้น แต่ต่อมาคุณเองนั่นแหล่ะที่จะรู้สึกเหมือนโดนชำแหละ โดนหลอก หากผู้ชายถามคำถามที่ส่วนตัวจนเกินไป ก็แค่ให้คุณยิ้มหวานแล้วพูดว่า "เอ้อ ขอผ่านเรื่องนี้ไปก่อนค่ะ"

แน่นอนว่าบางครั้งอาจมีการพูดคุยเรื่องส่วนตัวกันบ้าง จงระวังเวลาตอบคำถามเขา ถ้าเขาถามว่าคุณมีแผนที่จะอยู่ในอพาร์ทเมนท์นี้นานแค่ไหน บอกเขาไปว่าคุณเพิ่งต่อสัญญา อย่าพูดทำนองว่าคุณหวังว่าจะได้เจอผู้ชายในเร็ววัน เพื่อที่จะได้ย้ายไปอยู่อพาร์ทเมนท์ขนาดใหญ่กว่ากับเขาเมื่อหมดสัญญาเดิม แม้ว่าความจริงแล้วคุณอยากจะทำและหวังเช่นนั้นอยู่ก็เถอะ จงอย่าพูดออกมา ไม่อย่างนั้นคู่เดทของคุณจะวิ่งหนีไปยังประตูทางออกที่ใกล้ที่สุดทันที

แสดงออกให้เขาเห็นว่าคุณเป็นคนพี่งพาตนเองได้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าต้องคอยรับผิดชอบดูแลคุณ ทำอย่างนี้เสมอไม่ว่าจะเป็นเดทแรกหรือเดทครั้งที่ห้าสิบ จิลล์ยังจำได้ดีตอนที่เธอกับบรูซเพื่อนชายที่คบกันมาหกเดือนพากันตระเวนหาซื้อเตียงนอนสำหรับเธอ เธอตกลงใจซื้อเตียงเดี่ยวแทนที่จะซื้อเตียงคู่ขนาดควีนไซส์ เรื่องนี้ยากสำหรับเธอเพราะเธอหวังว่าเขาจะเป็น "คนที่ใช่" และเธอรู้ดีว่าหากทั้งคู่ตกลงหมั้นหรือแต่งงานกัน เตียงเดี่ยวก็จะหมดประโยชน์ แต่โซฟาแบบพับได้ที่เธอนอนอยู่หมดสภาพแล้วน่ะสิ แทนที่จะปรึกษาบรูซเรื่องการซื้อเตียงหรือถามเขาว่าเขาชอบเตียงแบบไหน ซึ่งนั่นเป็นเหมือนการบอกใบ้ว่าเตียงนี้อาจเป็นเตียงที่ทั้งคู่อาจใช้ร่วมกันในอนาคต เธอกลับเลือกซื้อเตียงเดี่ยว ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเธอยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน

ที่สำคัญคือเธอต้องไม่ให้บรูซรู้ว่าขณะซื้อเตียงอยู่ เธอก็ยังคิดถึงการแต่งงานและใช้ชีวิตกับเขาในใจ แม้ว่าตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าอนาคตระหว่างเขากับเธอจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าต่อมาเตียงเดี่ยวที่ซื้อมาก็ยังได้ใช้ประโยชน์ เพราะพ่อและแม่สามี (พ่อและแม่ของบรูซ) เก็บเตียงไว้ใช้ในห้องนอนรับแขกที่ว่างอยู่


กฏเหล็ก 17
ปล่อยผู้ชายให้เป็นผู้นำ

การเดทก็เหมือนการเต้นรำจังหวะช้าๆ ที่ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายนำและผู้หญิงเพียงคอยขยับเดินตามก้าวของเขา ผู้ชายควรเป็นฝ่ายพูดก่อนว่า "ผมรักคุณ" "ผมคิดถึงคุณ" "ผมคุยเรื่องคุณกับพ่อแม่ และพวกท่านก็อยากเจอคุณจนแทบรอไม่ไหว"

เขาควรอ่านง่ายและไม่ซับซ้อนเหมือนกับหนังสือ แต่คุณควรเป็นฝ่ายน่าค้นหา อย่าบอกกับเขาว่าเขาเป็นคนแรกในรอบหลายปีที่คุณรู้สึกพิเศษเช่นนี้ด้วย หรืออย่าบอกเขาว่าคุณไม่เคยคิดว่าจะตกหลุมรักอย่างนี้อีกเลย

จำไว้ว่าให้เขาเป็นฝ่ายนำ ให้เขาเป็นฝ่ายบอกรักคุณก่อน ปล่อยให้เขาเป็นคนเลือกภาพยนตร์ เลือกร้านอาหาร หรือเลือกคอนเสิร์ตที่คุณทั้งสองจะไปดูด้วยกัน บางครั้งเขาอาจถามถึงความชอบของคุณ ในกรณีที่เขาถาม คุณถึงค่อยบอกเขา

คุณควรได้พบกับพ่อแม่ของเขาก่อนที่เขาจะได้พบกับพ่อแม่ของคุณ เว้นแต่ว่าทุกครั้งเขาต้องไปรับคุณที่บ้านพ่อแม่ ปล่อยให้แม่หรือพ่อของคุณเปิดประตูให้เขา แต่อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องใช้เวลาด้วยกันนานจนเกินไป บอกแม่ของคุณว่าอย่ายิ้มให้เขาราวกับว่าเขากลายเป็นลูกเขยแล้ว แล้วก็อย่าปล่อยให้เธอพูดถึงการแต่งงานของพี่สาวคุณที่กำลังจะมาถึง จำไว้ว่าพวกแม่ๆ มักกังวลเรื่องการเดท ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมที่จะออกจากบ้าน อย่ามัวแต่อยู่ในห้องน้ำเพื่อบรรจงปัดมาสคาร่าเมื่อเขามาถึง เพื่อที่พ่อแม่ของคุณจะได้ไม่ต้องใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพังนานเกินไป แล้วท่านอาจถามคำถามเขาประมาณว่า "ธุรกิจคุณเป็นยังไงบ้าง" หรือ "แล้วคุณจะเอายังไงกับเรื่องนี้"

เรื่องเพื่อนก็เช่นกัน เขาควรเป็นฝ่ายแนะนำคุณกับเพื่อนฝูงของเขา ก่อนที่คุณจะพาเขาไปแนะนำตัวกับแก๊งค์เพื่อนสาวของคุณ เขาควรชวนคุณไปเที่ยวกับคู่สามีภรรยาเพื่อนเขา ก่อนที่คุณจะพาเขาไปเที่ยวกับคู่สามีภรรยาที่เป็นเพื่อนของคุณเช่นเดียวกัน

ตอบแทนเขาบ้าง เมื่อคุณรู้สึกมั่นคงกับความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปในแนวทางที่คุณต้องการ แต่อย่าบอกเรื่องของเขากับเพื่อนสาวของคุณมากเกินความจำเป็น เพราะพวกเธออาจเผลอสรรเสริญเขามากเกินไปเมื่อได้เจอตัวเขา ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะทำให้เพื่อนคุณเงียบและวางตัวสุขุมได้อย่าบอกอะไรกับเธอเลย สิ่งสุดท้ายที่คุณอยากได้คือเพื่อนที่หวังดีแต่ขาดสติแล้วคอยพูดว่า "โอ้ ดีใจจังที่ได้เจอคุณ ชีลล่าพูดถึงคุณมากมาย"

อย่ากังวล เพราะหลังจากที่เขาขอคุณแต่งงานแล้ว เขาก็จะได้พบบรรดาเพื่อนสาวและครอบครัวของคุณในที่สุด แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น จงคอยทำตามเขา!


กฏเหล็ก 18
อย่าคาดหวังให้ผู้ชายเปลี่ยน หรือพยายามเปลี่ยนผู้ชาย

ลองสมมติว่าคุณเกิดได้พบกับผู้ชายในฝัน – หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง - แต่เขามีบางสิ่งบางอย่างที่คุณอยากให้เขาเปลี่ยน คุณจะทำอย่างไร คำตอบของเราคือไม่ทำอะไร! อย่าพยายามเปลี่ยนผู้ชาย เพราะผู้ชายจะไม่ยอม เปลี่ยนแปลง คุณควรทำใจยอมรับข้อบกพร่องทั้งหลายของเขา หรือไม่งั้นก็มองหาผู้ชายคนใหม่แทน แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่คุณรำคาญเกี่ยวกับเขานั้นเป็นเรื่องอะไร

ถ้าเขาเป็นคนจู้จี้เจ้าระเบียบมาก ชอบสายเป็นประจำ เกลียดอาหารจีน (ซึ่งคุณชอบ) และการเต้นดิสโก้ (ซึ่งคุณรัก) หรือเขาหวงแหนไม่ยอมทิ้งการ์ดเบสบอลที่สะสมไว้ตั้งแต่เมื่อตอนเป็นเด็ก แต่เขาก็รักคุณแทบจะกลืนกิน คุณควรคิดว่าคุณโชคดีมากแล้ว แม้ว่าเรื่องพวกนี้จะน่ารำคาญแต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเลย ซึ่งเราจะแบ่งชายประเภทนี้ไว้ว่าเป็นประเภท A

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเขาเล่นหูเล่นตากับสาวอื่นในงานปาร์ตี้ต่อหน้าต่อตาคุณ หรือไม่ใส่ใจคุณเลยเวลาที่คุณคุยเรื่องสำคัญกับเขา หรือแม้กระทั่งลืมวันเกิดของคุณ ทั้งหมดนี้จัดได้ว่ามากเกินไปและเขาก็จัดอยู่ในพฤติกรรมประเภท B (แย่) และก็จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณควรต้องคิดให้หนักถึงเรื่องนี้

ในกรณีที่เขาเป็นประเภท A คุณควรสะกดใจให้ยอมรับและอย่ากระแนะกระแหนเขา เพราะทำไปก็ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใด แค่ทำตัวให้พร้อมตอนสามทุ่มเมื่อเขาบอกว่าจะมารับตอนสองทุ่ม

สำหรับชายหนุ่มที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายประเภท B พวกไม่ซื่อสัตย์และขาดความเกรงใจ คุณควรคิดให้หนักถึงขั้นตัดรอนความสัมพันธ์กับเขา คนเราเปลี่ยนไม่ได้มากและก็อย่าหวังว่าเขาจะเปลี่ยนไป สิ่งที่คุณเห็นตอนนี้คือสิ่งที่คุณต้องอยู่ด้วยในอนาคต ถ้าผู้ชายคนนี้แอบนอกใจระหว่างที่เดทกันอยู่ ตอนแต่งงานกันไปแล้วเขาก็อาจนอกใจคุณอีก เขาอาจประพฤติตัวอยู่ในกรอบได้เพียงชั่วครู่ชั่วยามหลังจากที่คุณจับเขาได้ในครั้งแรก แต่อย่าพยายามหลอกตัวเองเพราะนิสัยใจคอคนนั้นเปลี่ยนได้ยาก

คุณต้องตัดสินใจคุณจะยอมรับและใช้ชีวิตกับเขาได้หรือไม่ เมื่อเขานอกใจคุณครั้งแล้วครั้งเล่า และคาดไว้ได้ล่วงหน้าเลยว่า คุณจะคอยระแวงเขาตลอดเวลา คุณอาจคอยจ้องตรวจตราปกคอเชิ้ตของเขาเพื่อหาคราบลิปสติค คอยค้นกระเป๋ากางเกงเพื่อหาว่ามีเศษกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงซุกไว้บ้างหรือเปล่า หรือคุณอาจคอยโทรเข้าออฟฟิศเขาเพื่อเช็คดูเมื่อเขากลับบ้านช้าผิดปกติ คุณอยากใช้ชีวิตแบบนั้นหรือไม่ ถ้าต้องเป็นเช่นนั้น หญิง กฎเหล็ก ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอดทนได้ ไม่ใช่ว่าทนอยู่เพราะหวังว่าวันหนึ่งเขาอาจเปลี่ยนไป

แน่นอนว่าหนุ่มเพลย์บอยที่ตกหลุมรักคุณเพราะคุณปฏิบัติตาม กฎเหล็ก จะค่อยๆปรับปรุงวิถีของเขา เขาอยากมีความสัมพันธ์แบบผัวเดียวเมียเดียวเพราะคุณต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเดท คุณไม่โทรหาเขา ให้เขารอเพื่อมีเซ็กส์กับคุณ และไม่เคยเอ่ยปากเรื่องการแต่งงานหรือคุยเรื่องอนาคต ดังนั้นเป้าหมายในชีวิตของเขาก็คือเอาชนะใจคุณ เขาจะเหลือความสนใจให้ผู้หญิงคนอื่นเพียงน้อยนิดเขาไม่มีเวลาไปสนใจผู้หญิงพวกนั้นอีก เพราะความคิดที่จะเอาชนะใจคุณครอบงำเขาทุกขณะจิต คุณกลายเป็นเรื่องท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา ปฏิบัติตาม กฎเหล็ก แล้วแม้แต่เพลย์บอยพ่อปลาไหลก็จะตกเป็นของคุณ!

ตัดสินใจให้ดีว่าคุณจะยอมรับนิสัยไม่ดีของเขาหรืออดีตของเขา (ภรรยาเก่าและลูกติด)ได้หรือเปล่า เพราะมันไม่ง่าย และยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถจัดให้อยู่ในประเภท A หรือ B ได้ เช่น ผู้ชายของคุณอาจมีรายได้ไม่มากเท่ากับความสามารถของเขาที่มีอยู่ การที่คุณจะอยู่กับเขาได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเรื่องเงิน หน้าที่การงาน สถานะทางสังคม และขนาดของบ้านว่ามีความสำคัญสำหรับคุณมากน้อยเพียงใด

ในกรณีนี้ คุณต้องใช้เวลาตรึกตรองหรือลองถามใจตัวเองดูว่า จริงๆแล้วคุณควรทำเช่นไร การปรึกษาคนอื่นก็อาจช่วยได้ แต่จำไว้ว่าคุณเป็นคนที่ต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้เอง จงถามตัวเองให้แน่ใจว่าคุณสามารถแต่งงานกับอดีตเสือผู้หญิงหรืออดีตขี้เมาได้หรือเปล่า คุณจะอยู่กับความจริงที่ว่าเขาอาจนอกใจคุณหรือกลับไปดื่มอีกได้หรือไม่ ถามตัวเองดูว่าคุณสามารถอยู่กับลูกเลี้ยงหรือความไม่ซื่อสัตย์ของเขาตลอดไปได้ไหม ถ้าคำตอบทั้งหมดของคุณคือใช่ ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากว่าคุณยังคงติดใจกับเรื่องในอดีตหรือนิสัยบางอย่างของเขา คุณอาจจำเป็นต้องปฏิบัติตาม กฎเหล็ก และเดินจากมา การพาเขาเข้าคอร์สบำบัดต่างๆ ด้วยความหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงเขาได้ มักไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ และนิสัยบางอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ไม่ว่าคุณจะเลือกอย่างไรก็ตาม อย่ากระแนะกระแหนเขา เพราะนั่นอาจทำให้เกิดความมึนตึงกันได้ คิดให้ดีและถี่ถ้วน แต่จงอย่าใช้เวลาในการตัดสินใจนานเกินไป จำไว้ว่ายังมีผู้ชายอื่นอีกมากมาย!



กฏเหล็ก 19
อย่าเปิดเผยตัวเองเร็วเกินไป

การออกเดทไม่ใช่การบำบัด มีหลายๆสิ่งที่เป็นตัวบ่อนทำลายความสัมพันธ์ เช่น การจ้ำจี้จ้ำไช และการตรวจตราทุกสิ่งอย่างก็เป็นหนึ่งในนั้น หนังสือแนะนำด้านการบำบัดและหนังสือจำพวกพัฒนาตัวเอง ต่างเห็นตรงกันว่าผู้หญิงมักมีแนวโน้มที่จะแสดงออกและเปิดเผยมากไปในเดทแรก เช่น การพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ในอดีต ความเจ็บปวดและความกลัว ปัญหาเรื่องการดื่มหนักหรือการติดยา - ทั้งหมดเป็นเพียงความพยายามที่จะเชื่อมต่อกับเขาให้ติด แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดโดยสิ้นเชิงและยังน่าเบื่อที่สุดอีกด้วย สิ่งที่ถูกที่ผู้หญิงควรทำคือการทำตัวให้ฉลาด แต่ไม่เครียด ทำตัวน่าสนใจและแฝงด้วยความน่าค้นหา ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่เราแนะนำไม่ให้คุณเปิดเผยตัวเองเร็วเกินไป (ดู กฎเหล็ก 9 วิธีปฏิบัติตัวในเดท 1, 2 และ 3 ประกอบ) ดังนั้น เดทแรกควรกินเวลาสั้นๆ เพื่อคุณจะได้ไม่พูดมากเกินไป จำไว้ว่าคนที่พูดมากที่สุดย่อมเสี่ยงที่จะเป็นฝ่ายสูญเสีย

หลังจากจบเดทแรกแล้ว เขาควรรู้จักคุณแค่เพียงผิวเผิน เป็นต้นว่า ชื่อและอาชีพของคุณ จำนวนพี่น้องของคุณ คุณจบจากมหาวิทยาลัยไหนโตที่ใด และร้านอาหารโปรดของคุณชื่ออะไร หลังจากจบเดทแรก เขายังไม่ควรรู้ประวัติการเดทที่ผ่านมาของคุณ อย่าเหน็บแนมเขาเรื่องที่มารับคุณสายกว่าที่นัดกันไว้ครึ่งชั่วโมง และอย่าบอกเขาว่าคุณแอบกลัวว่าเขาจะไม่มา หรือรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งแล้วบรรยายต่อไปว่า "ความรู้สึกถูกทอดทิ้ง" เป็นปัญหาที่ทำให้คุณต้องปรึกษาจิตแพทย์ อย่าบอกเขาว่าพฤติกรรมของเขาเตือนให้คุณนึกถึงแฟนเก่าที่ไม่เคยตรงเวลา ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม อย่าบอกเขาอย่างนั้นเด็ดขาด อย่ากังวลเพราะหากคุณทำตาม กฎเหล็ก คุณจะได้สามีที่รักและเอาใจใส่คุณ เขาจะอยู่ใกล้คุณตลอดเวลา จนคุณไม่มีเวลาเหลือพอจะคิดถึงปัญหาหรือรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง!

ถ้าคุณปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบอกความลับของคุณ บัญญัติของ กฎเหล็ก คือ "ความเร่งรีบทำให้เสียการ" รอสักพักหนึ่งก่อนจะบอกใครๆเกี่ยวกับบางเรื่องที่คุณรู้สึกอายหรือกังวล ควรรออย่างน้อยสักสองสามเดือน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ จงรอจนกว่าเขาจะพูดว่า "ผมรักคุณ" เพราะหากเขาไม่ได้รักคุณเสียแล้ว เรื่องเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความหมายสำหรับเขาที่จะฟังและรับรู้อยู่ดี!

ผู้หญิงหลายคนบอกรายละเอียดส่วนตัวให้ผู้ชายรู้เร็วจนเกินไป การทำอย่างนี้นอกจากจะไม่ฉลาดแล้วยังไม่ได้ผลอีกด้วย ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากนั่งฟังคุณและรู้สึกเหมือนอยู่ในคอร์สบำบัดจิตตั้งแต่เดทแรก ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากฟังเรื่องที่คุณเคยพลาดหรือก่อเหตุยุ่งเหยิงไว้ในอดีตก่อนที่เขาจะรักคุณจริง

อย่าลืมว่า คุณไม่ได้ออกเดทเพื่อแสวงหาความเห็นอกเห็นใจ แต่คุณมุ่งที่จะใช้เวลาค่ำคืนพิเศษเพื่อทำให้เขาประทับใจและโทรหาคุณอีกครั้ง จงนึกถึง กฎเหล็ก 9 ที่ว่าสามเดทแรกควรผ่อนคลายและมีเสน่ห์เหมือนกับสายลมบางเบาในฤดูร้อน ผู้ชายต้องจดจำความน่าค้นหาของคุณไว้ในสามเดทแรก ความประทับใจของพวกเขามีแนวโน้มที่จะประทับอยู่ในความทรงจำไปอีกนานเท่านาน เมื่อใดที่ความสัมพันธ์เริ่มจริงจังแล้ว
จึงค่อยบอกเขาเรื่องความทุกข์เข็ญในวัยเด็กหรือความกลัวใดๆของคุณ แต่ถึงแม้เมื่อถึงตอนนั้นจริงๆ คุณก็ควรบอกเขาแบบสั้นๆ เรียบง่ายไม่หวือหวา อย่าเสริมแต่งเรื่องในอดีต อย่าพร่ำพรรณนายาวเหยียด อย่าทำให้เป็นเรื่องซับซ้อน

สมมติว่าคุณเพิ่งจบคอร์สการบำบัดสุราเรื้อรังมา เมื่อเขาพาคุณออกไปดื่มในเดทแรกและทานมื้อเย็นใน
เดทสอง เขาสังเกตเห็นว่าคุณสั่งน้ำอัดลมมาดื่มทั้งสองครั้ง เขากำลังจะสั่งไวน์และอยากรู้ว่าคุณจะร่วมดื่มด้วยหรือไม่ อย่าพูดว่า "ไม่ค่ะ ฉันไม่ควรดื่ม ฉันเคยติดเหล้าและยาอย่างหนักเมื่อสองปีที่ผ่านมา ตอนนี้ฉันต้องตั้งสติงดเหล้าและยา" แต่ให้แค่เพียงพูดว่า "ไม่ค่ะ ขอบคุณ" และยิ้มให้เขาเท่านั้น หลังจากนั้น
สักสองสามเดือนเมื่อเขาหลงรักคุณอย่างหัวปักหัวปำแล้ว และคุณรู้สึกได้ว่าเขาจะไม่ตัดสินคุณจากเรื่องปัญหาการดื่มสุรา คุณอาจบอกเขาในทำนองว่า "ฉันเคยดื่มหนักมากในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยจนป่วย ตอนนี้ฉันอยู่ในโครงการงดเหล้า ก็เลยไม่ดื่มอีก ซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น" จากนั้นก็ยิ้มให้เขาและเสพูดเรื่องอื่นที่น่าพูดคุยต่อไป ถ้าเขารักคุณแล้วเขาจะไม่ทำให้คุณรู้สึกแย่ เขาจะไม่ซักคุณต่อหรือพยายามคะยั้นคะยอให้คุณ "ดื่มแค่แก้วเดียว" ตัวเขาเองก็อาจลดการดื่มลงเพื่อทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น เขาอาจถึงกับพูดว่าเขาภูมิใจในความเอาจริงเอาจังและความมีวินัยของคุณ

ถ้าคุณเคยป่วยร้ายแรงและอายแผลเป็นที่เห็นชัดจากการผ่าตัด รอจนกว่าคุณจะเริ่มสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาแล้วจึงค่อยเอ่ยถึงเรื่องนี้ ระหว่างที่คุณกำลังถอดเสื้อผ้าออกในความมืด บอกกับเขาว่าคุณเคยป่วย ถ้าเขารักคุณจริง เขาจะจูบและสัมผัสแผลคุณอย่างอ่อนโยน อย่าพูดเรื่องความเจ็บป่วยอย่างเคร่งเครียดแบบเปิดใจตั้งแต่เดทแรก จำไว้ว่าในช่วงแรกคุณต้องไม่เคร่งเครียดกับเรื่องอะไรหรือว่าแบไต๋ของคุณให้เขาเห็นทั้งหมด โดยปกติแล้ว หากคุณเล่าเรื่องเศร้าของชีวิตที่ผ่านมาแบบเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เขาจะยิ่งเห็นอกเห็นใจคุณมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ แต่หากคุณพยายามขอความเห็นอกเห็นใจจากเขาเองแล้ว คุณอาจไม่ได้รับความเห็นใจจากเขาเลย

หากคุณไม่รู้จักที่จะเก็บออมหรือใช้เงินอย่างมีสติ และเครื่องตอบรับอัตโนมัติของคุณก็เต็มไปด้วยข้อความเร่งรัดหนี้สินและคำข่มขู่จากบรรดาเจ้าหนี้ อย่าได้บอกเขาว่าคุณมีปัญหาการเงินมากมายแค่ไหน แล้วก็อย่าได้บอกเขาว่าปัญหาการเงินของคุณนั้นถอดแบบมาจากพ่อ ผู้ใช้เงินค่าลงทะเบียนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณหมดไปกับการพนัน ถึงตรงนี้คุณอาจรู้สึกว่าเราบอกให้คุณทำเป็นไม่รับรู้ปัญหาทั้งหลายของตัวเอง จริงๆแล้ว เขาเองต้องรู้ความจริงที่ว่าคุณล้มเหลวเรื่องการบริหารเงินในเร็ววันแน่ๆ แต่ว่าตอนนี้ไม่จำเป็นที่เขาต้องรู้เรื่องเจ้าหนี้หรือเครดิตการ์ดที่ถูกยกเลิกของคุณ ไม่จำเป็นเลย ตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องรู้ ก็แค่เพียงว่าคุณไม่ถนัดเรื่องบริหารจัดการเงินเท่าไรนัก

เราไม่ได้บอกให้คุณโกหกหรือว่าซุกซ่อนปัญหาในอดีต เพียงแต่เราไม่อยากให้คุณถาโถมเขาด้วยรายละเอียดทุกเรื่องเร็วจนเกินไป เขาจำเป็นต้องรู้ด้วยหรือว่าอดีตแฟนคนสุดท้ายของคุณทิ้งคุณไปคบกับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของคุณ หากเขาถามขึ้นมาว่าทำไมถึงเลิกกัน คุณก็บอกเพียงว่าความสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายของคุณนั้น "ไปด้วยกันไม่ได้"

เขาควรรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังตกหลุมรักสาวในฝันของเขาตลอดเวลา ไม่ใช่กำลังหลงรักสาวมีตำหนิ ถ้าคุณรู้สึก ว่าตัวเองมีตำหนิ (พวกเราหลายคนชอบคิดเช่นนั้น) อ่าน กฎเหล็ก 1 ซ้ำอีกหลายๆ รอบ คุณควรจำไว้ว่า คุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง! สิ่งสำคัญที่สุดเกี่ยวกับความลับสุดยอดของคุณก็คือ ควรบอกให้เขารู้เมื่อไหร่และอย่างไร ไม่สำคัญเลยว่าความลับนั้นเป็นเรื่องอะไร

เมื่อถึงเวลาที่คุณหมั้นกันแล้ว เขาสมควรรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคุณ ครอบครัวของคุณและอดีตของคุณ กฎเหล็ก เน้นเรื่องของความถูกต้องและความซื่อสัตย์ หากคุณรับแหวนหมั้นจากเขาโดยที่ไม่ยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตัวคุณที่เขาจำเป็นต้องรู้ให้เขารู้นั้นนับว่าเป็นความผิดอย่างแน่นอน จงบอกเรื่องทั้งหมดกับเขาอย่างเรียบง่าย เล่าเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าเล่าเกินจริง และอย่าทำอย่างที่ผู้หญิงอื่นชอบทำคือสร้างความแปลกใจให้เขาด้วยการบอกเรื่องสำคัญเหล่านี้หลังจากแต่งงานกันแล้ว ซึ่งนั่นไม่ใช่เวลาที่คุณควรจะบอกกับเขาว่าคุณเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหรือคุณไม่เคยเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำเช่นนั้นไม่ยุติธรรมสำหรับเขาและไม่ดีสำหรับการแต่งงาน กฎเหล็ก


กฏเหล็ก 20
เป็นคนจริงใจ แต่น่าค้นหา

ผู้ชายรักความน่าค้นหา! ห้าสิบปีที่แล้วเป็นเรื่องง่ายที่ผู้หญิงจะดูลึกลับนิดๆ และน่าค้นหาสำหรับผู้ชาย เพราะผู้หญิงอาศัยอยู่กับครอบครัว และแม่ของเธอก็มักเป็นคนรับโทรศัพท์ ซึ่งจะไม่เปิดโอกาสให้ผู้ชายหรือใครหน้าไหนโทรคุยกับลูกสาวของเธอได้ง่ายๆ คู่เดทไม่มีโอกาสได้เห็นห้องนอนหญิงสาวเร็วนัก ทุกวันนี้ผู้ชายมักรับผู้หญิงจากอพาร์ทเมนท์ที่พวกเธออยู่ ได้เห็นชุดชั้นในของพวกเธอที่ตากไว้ในห้องน้ำ
เห็นนิยายรักโรแมนซ์ที่วางไว้ในห้องนั่งเล่นและได้ยินสัญญาณโทรศัพท์เมื่อมีข้อความส่งมา สิ่งต่างๆ เหล่านี้โอเคหากแต่งงานกันแล้วแต่ในช่วงเดทแรกๆ การคงความลึกลับ น่าค้นหาไว้เป็นสิ่งสำคัญ

เราต่างมองหาใครบางคนมาร่วมใช้ชีวิต แบ่งปันความรู้สึกนึกคิด ร่วมทุกข์ร่วมสุข แต่อย่างที่เราแนะนำไปแล้วใน กฎเหล็ก 19 รอจนกว่าเขาจะพูดว่าผมรักคุณ แล้วค่อยบอกความลับสำคัญที่สุดของคุณ ขณะที่เขาอยู่ในอพาร์ทเมนท์ของคุณ จงอย่าได้เปิดเครื่องตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติฟัง ปล่อยให้เขาสงสัยว่านอกจากเขาแล้วมีใครอื่นอีกที่โทรหาคุณ! คุณอาจรู้อยู่แล้วว่าข้อความในเครื่องตอบรับนั้นเป็นของเพื่อนสาวที่กำลังจะเป็นจะตายกับสถานการณ์เดทของเธอ แต่เขาไม่รู้!

ถ้าคู่เดทอยู่ในอพาร์ทเมนท์คุณ แล้วเพื่อนของคุณเกิดโทรมาเพื่อถามว่าทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง อย่าพูดว่า "สก็อตต์อยู่นี่ คุยตอนนี้ไม่ได้" ซึ่งหมายความว่าคุณได้บอกเรื่องของสก็อตต์กับเพื่อนสาวคุณเหมือนกับว่าเขาเป็นคนสำคัญ ถึงแม้ว่าความจริงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ สก็อตต์ก็ไม่ควรรู้ว่าเขามีความสำคัญสำหรับคุณหรือเป็นหัวข้อสนทนาของคุณ ไม่เช่นนั้นเขาอาจคิดว่า เขาไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งอกตั้งใจอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจคุณอีกแล้ว กลับกัน ให้คุณแค่พูดสั้นๆ ว่า "ยังคุยไม่ได้ เดี๋ยวโทรไปหานะ" จากนั้นก็วางสายโทรศัพท์และอย่าบอกเขาว่าใครโทรมาเรื่องอะไร

ก่อนที่เขาจะขึ้นมาบนอพาร์ทเมนท์ของคุณ ซ่อนหนังสือเล่มนี้ไว้ให้ดีในลิ้นชักชั้นบนสุด แล้วเก็บหนังสือประเภทพัฒนาตัวเองหรือฮาวทูซ่อนให้พ้นสายตาเขาด้วย วางหนังสือหรือนิยายเรื่องดังหรือหนังสือสารคดีให้เห็นเด่นชัด เอาเสื้อคลุมอาบน้ำตัวโทรมหรือสิ่งของที่คุณไม่อยากให้เขาเห็น อย่างเช่น ขวดยาระงับประสาทซ่อนไว้ในตู้ให้มิดชิด

หลักการทั่วไปคืออย่าเปิดเผยข้อมูลที่ไม่จำเป็นให้เขารู้ ถ้าคุณยุ่งในคืนที่เขาขอนัดคุณออกเดท อย่าบอกเขาว่าคุณวางแผนจะทำอะไร แค่บอกเขาว่าคุณยุ่ง ถ้าเขาขอนัดคุณออกเดทช่วงสุดสัปดาห์ อย่าพูดว่า "ฉันต้องไปเยี่ยมน้องชายที่เพิ่งได้ลูกคนแรกสุดสัปดาห์นี้" เพียงแต่พูดว่า "ขอโทษนะคะ สุดสัปดาห์นี้มีนัดแล้ว" ยิ่งบอกน้อยๆยิ่งดี ปล่อยให้เขาสงสัยว่าคุณจะทำอะไร คุณไม่จำเป็นต้องเปิดเผยกับเขาแบบหมดเปลือก วิธีนี้ดีสำหรับเขาและก็ดีสำหรับคุณเพราะนอกจากจะทำให้เขาอยากรู้มากขึ้น คุณยังไม่ต้องการให้เขาคิดว่าการเดทคุณเป็นเรื่องง่ายเกินไป และเดาทางได้หมดจนเขาหมดความสนใจในตัวคุณ จงจำไว้เสมอว่า อีกไม่นานคุณก็จะสามารถบอกเขาได้ทุกเรื่อง!

ในทางกลับกันหญิง กฎเหล็ก ก็ไม่โกหกเช่นกัน อย่าบอกผู้ชายประเภทเมล กิ๊บสัน ว่าคุณชอบเดินป่าและซื้อของที่ร้านขายอุปกรณ์เอาท์ดอร์ตลอดเวลา หากจริงๆแล้ว คุณแพ้ต้นไม้ แมลง และเกลียดการแบกเป้ท่องเที่ยว และแน่นอนว่าอย่าบอกแฟนของคุณว่าคุณรักเด็กและอยากมีลูกเพียงเพราะเขาบอกว่าเขาอยากมี ทั้งที่จริงแล้วคุณไม่เคยคิดอยากมีลูกเลย เชื่อคำแนะนำของเรา จงอย่าโกหก นั่นเป็นสัจธรรมโลก



กฏเหล็ก
ร้อยเล่ห์ เคล็ดลับ มัดใจชาย
เล่ม 2


เรื่องที่ 5
อย่าพยายามไปยืนใกล้โต๊ะเขา และ “กฏเหล็ก” อื่นๆ สำหรับความรักในออฟฟิศ

ออฟฟิศของคุณเป็นสถานที่มีอุปสรรคมากมายในการปฏิบัติตาม กฎเหล็ก เพราะถ้าคุณเดทคนในออฟฟิศ หน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัวของคุณอาจปะปนกันจนยุ่งเหยิงในบางครั้ง ดังนั้นคุณต้องปฏิบัติตาม กฎเหล็ก อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้อาชีพและความสัมพันธ์
(หรือทั้งสองอย่าง) ตกอยู่ในอันตราย

แน่นอนว่าอย่างแรกคือ คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณกำลังมีความรักในออฟฟิศจริงๆหรือไม่ ผู้ชายหลายคนมักทีเล่นทีจริงกับผู้หญิงในออฟฟิศ พวกเขามักไม่หยุดคิดให้ดีก่อน เรื่องพวกนี้อาจไม่มีความหมายอะไรสำหรับผู้ชาย ดังนั้นจึงไม่ควรมีความหมายอะไรสำหรับคุณ! (อ่านเรื่องที่ 4 อย่าเสียเวลากับความสัมพันธ์เพ้อฝัน)

ถ้าคุณแอบชอบใครบางคนในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนร่วมงาน ลูกจ้าง หรือเจ้านาย - แล้วเขาก็ไม่เคยขอคุณเดท อย่าพยายามเรียกร้องความสนใจจากเขา หนังสือคู่มือสอนออกเดทบางเล่มอาจแนะให้คุณดื่มน้ำจากตู้กดน้ำใกล้ห้องของเขา หรือใช้เครื่องถ่ายเอกสารที่อยู่ใกล้โต๊ะของเขา หรือแม้แต่ชวนเขาทานอาหารกลางวันเพื่อคุยเรื่องงาน แต่ กฎเหล็ก บอกว่าแต่งตัวให้สวยและทำงานของคุณไป อย่าหาข้ออ้างเพื่อให้ได้คุยกับเขาหรือเดินผ่านโต๊ะทำงานของเขา (คุณไม่ควรต้องทำเรื่องเหล่านี้เพื่อให้เขาสังเกตเห็นคุณ เขาควรจะสังเกตเห็นคุณเองหรือก็ไม่เลย!)

อย่าบอกตัวเองว่า เขาคงขอคุณออกเดทหากคุณไม่ได้ทำงานที่เดียวกัน มีความรักในออฟฟิศมากมายที่หักล้างทฤษฎีนี้ อย่างที่เราเคยบอก ถ้าไม่ใช่กฎระเบียบของบริษัทแล้วล่ะก็ ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่เจ้านายจะเดทกับลูกน้องหรือเลขาส่วนตัวของเขาหากเขาต้องการ ในทางตรงกันข้ามอย่าหวังว่าการทำงานในออฟฟิศเดียวกันจะช่วยจุดประกายความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสอง อย่ายึดติดอยู่ที่บริษัทเดิมเพียงเพราะหวังว่า
วันหนึ่งเขาจะสังเกตเห็นคุณและขอคุณออกเดท เรารู้จักพวกผู้หญิงที่ได้แต่รอเป็นปีๆเพียงหวังว่ามันจะเกิดขึ้น หญิง กฎเหล็ก ไม่ถ่วงควมเจริญของตัวเองด้วยความสัมพันธ์เพ้อฝัน

ถึงตอนนี้ สมมติว่าคุณกำลังเดทเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่เดทเจ้านายของคุณเอง แล้วคุณควรวางตัวอย่างไร ต่อไปนี้เป็น กฎเหล็ก สิบสี่ข้อสำหรับการเดทในออฟฟิศ จงปฏิบัติตามทุกข้อเพราะคุณต้องเจอกับผู้ชายคนนี้ทุกวัน ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการทำงานกับผู้ชายที่คุณถวิลหา หรือเขาถวิลหาคุณทุกวัน แล้วคุณแหก กฎเหล็ก -อย่าลืมว่า คุณยังต้องทำงานกับเขาหากเขาทิ้งคุณไป! กฎเหล็ก พวกนี้ไม่เพียงแต่ดีต่อความสัมพันธ์ แต่ยังดีสำหรับบริษัทและหน้าที่การงานของคุณอีกด้วย คุณจะเป็นพนักงานที่ดีกว่าถ้าไม่มัวแต่นั่งคิดหาทางได้อยู่กับเขาทั้งวัน!

1. อย่าไปทำงานทุกวันด้วยแรงบันดาลใจเพียงว่าจะได้มีโอกาสเจอเขาหรือใช้เวลากับเขา เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจเผลอแสดงความรู้สึกนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่จงไปทำงานโดยคิดว่าจะทำงานหนักอย่างไรในวันนี้ และจะสร้างผลงานให้บริษัทได้อย่างไร – หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรคิดว่า จะทำอย่างไรถึงจะไม่แหก กฎเหล็ก ทำตัวให้ยุ่งแทนที่จะนั่งฝันกลางวันที่โต๊ะของคุณ หรือแย่ไปกว่านั้นก็คือ การพยายามหาเหตุผลที่จะได้พูดกับเขาหรือเจอเขา (ถ้าคุณอยากไปหาเขาที่โต๊ะเมื่อไหร่ จงเริ่มงานโครงการใหม่หรือแวะไปทักทายเพื่อนคุณแทน) ถ้าเขาแวะมาที่โต๊ะทำงานของคุณ จงทำตัวน่ารักกับเขา แต่ให้จบบทสนทนาหลังจากห้าหรือสิบนาทีถ้าเรื่องที่คุยนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน แค่หยิบกระดาษบนโต๊ะของคุณขึ้นมา แล้วพูดว่า "ฉันต้องทำงานต่อแล้วล่ะ!"

2. ตั้งใจทำงาน แต่อย่าขยันทำงานจนลืมใส่ใจรูปโฉมโนมพรรณของตัวเอง อย่าใช้เวลาทำงานในออฟฟิศมากเสียจนไม่มีเวลาจัดการธุระส่วนตัว เช่น เอาเสื้อผ้าไปร้านซักรีดหรือทำเล็บ เรารู้จักผู้หญิงฉลาดที่มีเสน่ห์แต่แอบสังเกตเห็นคราบกาแฟบนเสื้อสูทหรือรองเท้ามอมแมมและขนคิ้วรก อย่าทำตัวเช่นนั้น คุณเป็นหญิง กฎเหล็ก! ให้แน่ใจว่าคุณสวมเสื้อสูทและรองเท้าทันสมัย - เพราะคุณต้องดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้!
อย่าสวมถุงน่องขาดๆ เด็ดขาด - เก็บถุงน่องสำรองไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานเผื่อกรณีถุงน่องขาดในออฟฟิศ ขัดรองเท้าให้สะอาด แต่งหน้าและพรมน้ำหอมแต่พอดี (คุณมาทำงานที่ออฟฟิศ ไม่ได้ไปเต้นดิสโก้) จำไว้ว่าคุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง และคุณใส่ใจรูปร่างหน้าตาของตัวเอง ทั้งหมดนี้เพื่อตัวคุณเอง เผื่อคุณอาจเดินเจอเขาและคนอื่นๆในออฟฟิศ

3. อย่าตกลงเจอกับเขาโดยไม่ได้นัดล่วงหน้าเพียงเพราะคุณทำงานที่เดียวกัน ถ้าเขาแวะมาหาคุณที่โต๊ะและชวนคุณไปทานอาหารเที่ยงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในวันนั้น หรือชวนคุณไปดื่มหลังเลิกงานคืนนั้น บอกเขาว่าคุณอยากไปแต่ไม่สามารถ ถึงแม้ว่าคุณจะว่างไปทานอาหารเที่ยงหรือดื่มคืนนั้นได้ แต่จงอย่าไปกับเขาแบบกระทันหัน และเขาก็ยังควรต้องขอนัดคุณเดทล่วงหน้าสำหรับเดทเสาร์-อาทิตย์ ถ้าคุณยอมเจอกับเขาทุกเวลา ความสัมพันธ์คุณจะเป็นประเภทง่ายเกินไป เขาจะไม่คิดว่าคุณเป็นคนพิเศษพอที่จะต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อเจอคุณ นอกจากนี้ถ้าคุณปล่อยให้ความสัมพันธ์เป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน เขาอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะขอคุณแต่งงาน เรารู้จักผู้หญิงทรงเสน่ห์คนหนึ่งที่ยอมรับนัดกระทันหันจากผู้ชายที่เธอร่วมงานด้วย เขาจะแวะมาหาเธอที่โต๊ะตอนหกโมงเย็นเพื่อชวนเธอไปดื่มสัปดาห์ละหลายครั้ง เธอมักตอบตกลงเสมอ เขามักไม่ค่อยนัดเธอแน่นอนล่วงหน้าเพื่อเดทในคืนวันเสาร์ เขามักจะรอจนกระทั่งถึงวันศุกร์หรือวันเสาร์ค่อยนัดเพราะเขามัก "ไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรดี" เธอยอมรับพฤติกรรมของเขาเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น เขาใช้เวลาถึงหกปีกว่าจะขอเธอแต่งงาน และการแต่งงานของทั้งคู่ก็มีปัญหา เพราะเขาแทบไม่ค่อยได้ใช้ความพยายามและมักจะเพิกเฉยต่อเธอ ดังนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าคุณทำงานบริษัทเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเจอคุณได้ทุกเมื่อที่ต้องการ อย่าทำให้เป็นเรื่องง่ายเกินไปสำหรับเขา เขาต้องนัดคุณออกเดทล่วงหน้า - ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะติดธุระ! ถ้าคุณทั้งสองทำงานใกล้ชิดกัน คุณควรหายหน้าไปตอนเที่ยงบ้าง อย่าบอกเขาว่าคุณไปไหน จำไว้ว่าเขาทำงานกับคุณและเดทคุณอยู่ - เรื่องนี้จึงค่อนข้างจะยุ่งยากเล็กน้อย ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังเป็นสองเท่าเพื่อที่จะทำตัวให้น่าค้นหา

4. จงสุขุมรอบคอบ อย่าพูดถึงความสัมพันธ์นี้กับเพื่อนร่วมงานอื่น ถ้ามีใครถามว่าคุณทำอะไรในวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่าบอกว่า "ฉันไปเดินเขากับเดวิดมา" แค่เพียงบอกคนอื่นว่าคุณไปเดินเขามา อย่าตอบคำถามด้วยคำว่า "เรา" เพราะนั่นอาจกระทบกระเทือนต่องาน และกลายเป็นหัวข้อซุบซิบในออฟฟิศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ อีกเหตุผลหนึ่งคือผู้ชายไม่ชอบเดทกับผู้หญิงปากมาก ผู้ชายชอบความเป็นส่วนตัว ถ้าเพื่อนร่วมงานรู้ถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคุณก็ควรเป็นเพราะว่าได้ยินมาจากเขา อีกเรื่องหนึ่งก็คืออย่าให้ข้อมูลมากมายกับเขา ตัวอย่างเช่น อย่าบอกเขาว่าคุณจะเดินทางไปทำงานที่ไหนหรือคุณเข้าประชุมกับใคร เว้นแต่ว่าเขาจะเจาะจงถามเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเอง

5. ถ้าคุณต้องคุยเรื่องธุรกิจกับผู้ชายที่คุณเดทด้วย - เพราะเขาอาจเป็นเจ้านายคุณ - ก็จงคุยกับเขา! คุยอย่างเป็นงานเป็นการ และโทรกลับหาเขาทันทีถ้าเป็นเรื่องงาน เพียงแค่ต้องระวังเรื่องจุดมุ่งหมายของการสนทนาให้ดี คิดก่อนเสมอว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องติดต่อกับเขา หรือว่าคุณกำลังหาเหตุผลบังหน้าให้ได้อยู่ใกล้กับเขา ตัวอย่างเช่น อย่าเคาะประตูห้องเพื่อบอกเขาเรื่องตั๋วคอนเสิร์ตหรือบ่นเขาเรื่องความก้าวหน้าเรื่องงานของคุณ! ถ้าเป็นเรื่องงานจงคุยให้สั้นกระชับและเป็นฝ่ายจบบทสนทนาก่อน ถ้าเป็นไปได้ จงฝากข้อความผ่านเลขาเขา หรือใน "ถาดงานเข้า" ของเขา จงเขียนบันทึกข้อความหรือโน้ตสั้นๆ อย่างเป็นทางการให้เขา อย่าทิ้งข้อความหวานแหววหรือกระดาษโพสต์อิทแบบน่ารักไว้บนโต๊ะของเขา ถ้าเขาอยากคุยกับคุณ เขาสามารถมาหาคุณที่ห้องทำงานได้เองอยู่แล้ว หรือทิ้งโน๊ตไว้บนโต๊ะคุณ

6. เขาสามารถส่งอีเมลล์ถึงคุณมากฉบับได้เท่าที่เขาต้องการ แต่คุณไม่ควรอีเมลล์กลับหาเขาทุกครั้งที่เขาส่งมา เว้นแต่ว่าเป็นเรื่องงาน สำหรับอีเมลล์ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน จำนวนที่เราแนะนำให้คุณตอบก็คือตอบกลับเขาหนึ่งอีเมล์สำหรับอีเมล์สี่ฉบับที่เขาส่งให้คุณ จำไว้ว่าเขียนอีเมลล์ของคุณให้สั้นและเรียบง่าย มุ่งประเด็นถึงธุระที่คุยกัน เรื่องนี้สำคัญมากเพราะว่าคุณไม่รู้เลยว่ามีใครในบริษัทบ้างที่เข้าถึงข้อมูลอีเมลล์คุณได้ - อีเมลล์ของคุณอาจถูกอ่านโดยประธานบริษัท ดังนั้นอย่าใช้คอมพิวเตอร์ออฟฟิศคุยเรื่องชู้สาว จงเก็บเรื่องนี้ไว้คุยกันในคืนวันเสาร์แทน

7. อย่าสอดรู้สอดเห็นที่ห้องทำงานของเขา คุณไม่ควรเข้าใกล้ห้องทำงานของเขาด้วยซ้ำ! อย่าถามเลขาเขาว่ามีใครโทรหาเขาบ้างและเขาออกไปทานอาหารเที่ยงกับใครและที่ไหน ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของคุณ นอกจากนี้เลขาของเขาอาจบอกให้เขารู้ ซึ่งอาจทำให้เขารู้สึกรำคาญและไม่พอใจ

8. อย่าทำให้โต๊ะทำงานของคุณกลายเป็นแท่นบูชารัก อย่าใส่รูปเขาไว้ในกรอบแล้ววางไว้บนโต๊ะ อย่าเก็บตุ๊กตาหมีที่เขาให้คุณในวันวาเลนไทน์ไว้ในออฟฟิศหลังจากวันที่ 14 กุมภาพันธ์ผ่านไปแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือคุณควรจริงจังเรื่องงาน โต๊ะของคุณควรเป็นระเบียบ ความมีระเบียบเรียบร้อยดูเซ็กซี่ ไม่มีใครอยากเดทกับคนชุ่ย ดังนั้นอย่าทำตัวรก อย่าวางกระดาษกองพะเนินไว้บนโต๊ะหรือหมกแซนด์วิชที่ทานไปแล้วครึ่งหนึ่งไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน อย่าสะสมสิ่งของหรือแขวนของที่ระลึกไว้บนผนัง อย่าตกแต่งโต๊ะทำงานของคุณให้เหมือนกับหอพักนักศึกษา อย่าทำตัวน่ารักหรือทำตัวเป็นวัยรุ่น วางตัวให้สมกับเป็นมืออาชีพ

9. อย่าคิสหรือจับมือกันในออฟฟิศ นอกจากจะดูไม่เป็นมืออาชีพแล้วยังไม่เป็นผลดีต่อ กฎเหล็ก อีกด้วย เขาต้องขอนัดเดทเพื่อที่จะได้คิสคุณ หรือใช้เวลาให้คุ้มค่ากับคุณ อย่าตกลงแอบไปโรงแรมกับเขาตอนพักเที่ยง เพราะนั่นไม่ใช่การเดทและเขาก็จะไม่นับถือคุณ (แล้วคุณก็จะกลับมาถึงออฟฟิศในตอนบ่ายด้วยสภาพยับยู่ยี่ดูไม่เป็นมืออาชีพ) ไม่มีใครอยากมีชื่อเสีย - ระวังอย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณ และเราขอย้ำอีกครั้งว่า เขาจะต้องขอนัดเดทและใช้เวลากับคุณในช่วงสุดสัปดาห์ คุณถึงจะแน่ใจได้ว่าเขาคิดจริงจังกับคุณ!

10. อย่านอนกับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานยกเว้นแต่ว่าความสัมพันธ์ของคุณอยู่ตัวแล้ว - อย่าทำเพื่อเซ็กส์และอย่าใช้เซ็กส์เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เจตนาไม่บริสุทธิ์เช่นนี้อาจย้อนรอยกลับมาทำร้ายคุณทีหลัง จำไว้ว่าอย่าหยุดปฏิบัติตาม กฎเหล็ก แม้ว่าคุณต้องออกนอกเมืองด้วยกันเรื่องงาน หากคุณต้องเดินทางไปทำงานด้วยกันและการนอนด้วยกันเป็นเรื่องง่ายเพราะคุณพักโรงแรมเดียวกัน – อย่านอนกับเขาหากความสัมพันธ์ของคุณยังไม่อยู่ตัว สถานการณ์อาจเย้ายวน - คุณอยู่ห่างไกลจากออฟฟิศแล้วใครจะมารู้เรื่องนี้ แต่จำไว้ว่าในที่สุดคุณก็ต้องกลับบ้าน - เผชิญหน้ากับความจริง - คุณอาจต้องเจ็บใจถ้าคุณนอนกับเขาแล้วและเขาไม่คิดจะจริงจังด้วย หรือเขาไม่สนใจคุณอีกเมื่อคุณทั้งสอง กลับมาออฟฟิศแล้ว

11. อย่าเอ้อระเหยอยู่ที่ออฟฟิศ หรือเอาแต่ออกไปเที่ยวแฮปปี้อาวร์กับก๊วนหลังเลิกงาน คุณคงไม่อยากให้ใครคิดว่าคุณเป็นสาวขาปาร์ตี้ คุณคงอยากให้คนคิดถึงคุณว่าเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายอยากแต่งงานด้วยมากกว่า และที่สำคัญอย่าดื่มจนเมามายในงานปาร์ตี้วันคริสต์มาสหรือปาร์ตี้อื่นใดของออฟฟิศ เพราะหากคุณดื่มจนเมาแล้ว เป็นเรื่องยากที่คุณจะปฏิบัติตาม กฎเหล็ก!

12. ถ้าคุณทำงานในบริษัทเดียวกันแต่ต่างเมืองกัน ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเดินทางมาเยี่ยมคุณสามครั้งก่อนที่คุณจะเดินทางไปหาเขา ถ้าคุณต้องไปทำงานในเมืองของเขา อย่าพูดเรื่องใช้เวลาด้วยกัน เขา ต้องเป็นฝ่ายเสนอให้วางแผนล่วงหน้า ถ้าคุณทั้งสองเริ่มจริงจังเรื่องนี้ อย่าขอย้ายเมืองจนกว่าคุณจะหมั้นหรือแต่งงานกัน

13. อย่าทนอยู่กับบริษัทนี้เพียงเพราะว่าเขาทำงานที่นี่ ถ้าคุณไม่ชอบงานที่ทำหรือมีโอกาสร่วมงานกับบริษัทอื่น จงขยับขยาย อย่าลังเลใจไม่เปลี่ยนงานใหม่เพียงเพราะผู้ชาย ถ้างานใหม่นั้นเป็นโอกาสที่ดีสำหรับอาชีพของคุณแล้วล่ะก็ จงไป! ทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และแสดงให้เขาเห็นว่าคุณเป็นตัวของตัวเอง ไม่ยึดติดกับใคร ซึ่งอาจทำให้เขาคิดถึงคุณแล้วก็ขอแต่งงานกับคุณเร็วขึ้นเพราะเขาอยากเจอหน้าคุณทุกวัน

14. อย่าเสนอตัวไปทำงานตอนเช้าพร้อมกันแม้ว่าคุณทั้งสองจะอยู่ใกล้กันและทำงานที่บริษัทเดียวกัน เรื่องนี้ต้องให้เขาเสนอ และคุณควรปฏิเสธเพื่อที่เขาจะได้ไม่กล้าละเลยคุณและคุณก็ยังคงความน่าค้นหาไว้ได้

มีผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเขียนถามเรามาว่าเธอควรทำตัวอย่างไรหากว่าต้องทำงานที่เดียวกับสามี

เราหวังว่าพวกเขาจะเคยทำงานด้วยกันมา ก่อนที่จะเจอกัน แล้วก็หวังว่าคงเป็นความคิดของฝ่ายสามีที่แนะให้ทั้งคู่ทำงานด้วยกัน เพราะผู้หญิงไม่ควรเสนอตัวทำงานกับสามีเพื่อจะได้ใช้เวลาด้วยกันหรือเพื่อคอยควบคุมเขา เพราะนั่นไม่ใช่ กฎเหล็ก และพวกผู้ชายก็ไม่ชอบความคิดนี้ คุณควรทำงานกับสามีก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่พอเพียงและ/หรือเป็นความคิดของเขาเองเท่านั้น

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คุณต้องทำงานด้วยกัน จงปฏิบัติตาม กฎเหล็ก ห้าข้อต่อไปนี้:

1. อย่าใช้ห้องทำงานเดียวกันหรือวางโต๊ะของคุณสองคนไว้ใกล้กัน เรื่องความใกล้ชิดต้องมาจากเขา
2. อย่าเป็นฝ่ายเสนอให้เดินทางมาทำงานพร้อมกัน
3. อย่าเสนอให้ทานอาหารเที่ยงด้วยกัน คุณต่างต้องการเวลาเป็นส่วนตัวระหว่างวัน
4. อย่าสอดแนมเรื่องของเขา อย่าถามเลขาของเขาว่าใครโทรมาหรือหัวเสียเมื่อเขาคุยกับผู้หญิงอื่น
5. อย่าคุยเรื่องส่วนตัวระหว่างอยู่ที่ออฟฟิศ แล้วจงบอกเขา ไม่ให้พูดเรื่องส่วนตัวด้วย จงวางตัวเป็นมืออาชีพและทำงานของคุณ!


เรื่องที่ 6
ความสัมพันธ์ระยะไกล: ตอน 1: วิธีเริ่มต้นที่ถูกต้อง

มีคำถามหลายข้อเรื่องความสัมพันธ์ระยะไกล ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นหากคุณเดทผู้ชายที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงกฎเกณฑ์เฉพาะสำหรับเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่เราควรพูดถึงคือเรื่องที่ผู้หญิงมักทำพลาดเมื่อเจอกับผู้ชายที่มาจากต่างถิ่น - ความผิดพลาดที่สามารถป้องกันได้โดยง่ายเพื่อไม่ให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะไกลของ กฎเหล็ก อย่างที่เราพูดไว้แล้วว่า เป็นเรื่องของการพบกันครั้งแรก เมื่อพบกันครั้งแรก ใครเป็นฝ่ายพูดกับใครก่อน บทสนทนายาวนานเพียงใด แล้วใครจบบทสนทนาก่อน – เรื่องทั้งหลายเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเกิดความสัมพันธ์ กฎเหล็ก ขึ้นหรือไม่

ลองมาดูเหตุการณ์ต่อไปนี้ที่มักเกิดเป็นประจำ:

คุณเจอกับผู้ชายที่งานแต่งงานของเพื่อนของคุณที่เมืองแอตแลนต้า คุณมาจากนิวยอร์คส่วนเขามาจากชิคาโก เขาเดินเข้ามาหาคุณและขอคุณเต้นรำ ซึ่งเข้าข่าย กฎเหล็ก! คุณชอบเขามาก เลยเต้นรำกับเขาหนึ่งเพลง และอีกเพลง และอีกเพลง คุณรู้สึกอยากอยู่ใกล้กับเขา

คุณรู้ดีว่าคุณควรปลีกตัวเพื่อไปทักทายเพื่อนสมัยเรียนที่ไม่ได้คุยกันมานานหลายปี แต่คุณก็ไม่ทำ คุณรู้อยู่แล้วว่าคุณทั้งคู่อยู่ไกลกันหลายร้อยกิโลเมตร ไม่มีใครรู้ว่าคุณกับเขาจะได้เจอกันอีกหรือไม่ ดังนั้นจะเสียหายอะไรถ้าคุณจะใช้เวลาตลอดห้าชั่วโมงกับเขา

เขาชวนคุณให้ทานของหวานด้วยกัน คุณตอบตกลง แล้วเขาก็ชวนคุณออกไปเดินเล่นด้วยกัน คุณตอบตกลง ในที่สุดเขาก็ขอเบอร์โทรศัพท์คุณก่อนจากกันคืนนั้น เขาคิสบอกลาคุณ และพูดทำนองว่าจะโทรหาคุณในเร็ววัน และอาจแวะไปเที่ยวนิวยอร์ค

คุณตกหลุมรักเขา คุณนั่งเครื่องบินกลับบ้าน และบอกเรื่องนี้กับพวกเพื่อน ๆ และแม่ของคุณ จากนั้นก็เริ่มฝันถึงการแต่งงาน

แต่เป็นเพราะว่าคุณแหก กฎเหล็ก ด้วยการใช้เวลาอยู่กับเขานานเกินไป เขาอาจไม่โทรมาอีก หรือโทรมาแค่เพียงสัปดาห์หนึ่งเพื่อทักทายคุณ แต่ก็ไม่เคยวางแผนมาหาคุณ หรือเขาอาจโทรมาและชวนคุณบินไปหาเขาที่ชิคาโก หรืออาจวางแผนมาเจอกับคุณที่นิวยอร์ค แต่ด้วยเหตุผลเพราะว่าเขากำลังมาทำงานที่นิวยอร์คอยู่แล้ว เป็นธรรมดาที่คุณรู้สึกเสียใจและผิดหวัง ทำไมเขาถึงดูไม่คลั่งไคล้คุณ ทำไมเขาถึงไม่อยากกระโดดขึ้นเครื่องบินเพื่อมาหาคุณทันที

เมื่อมองย้อนกลับไปในคืนนั้น - และหลังจากอ่าน กฎเหล็ก แล้ว- คุณก็จะรู้แล้วว่าเป็นเพราะคุณไม่ได้เล่นตัวกับเขา คุณใช้เวลากับเขานานถึงห้าชั่วโมง เขาเลยรู้ว่าคุณชอบเขา ดังนั้นความท้าทายจึงหมดไป

เราไม่ได้บอกว่า ถ้าคุณเดินหนีหรือปฏิเสธเขาสองสามครั้งเมื่อเขาขอเต้นรำแล้วเขาจะโทรหาหรือสานสัมพันธ์ระยะไกลกับคุณ บางทีเขาอาจมีแฟนอยู่แล้วที่ชิคาโก บางทีเขาอาจแค่อยากสนุกในงานแต่งงาน
ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

แต่เมื่อคุณไม่ปฏิบัติตาม กฎเหล็ก คุณทำให้โอกาสลดน้อยลง คุณตั้งความหวังไว้สูง มีอารมณ์ผูกพันกับเขาเลยทำให้เจ็บช้ำ หากเขาสนใจคุณจริงๆและในงานคุณไม่เกาะติดกับเขานานขนาดนั้น ก็มีโอกาสว่าเขาอาจคิดถึงคุณระหว่างขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน และคิดถึงคุณเมื่ออยู่ในชิคาโก เขาอาจโทรหาคุณเร็วขึ้นกว่าเดิม วางแผนมาเจอคุณที่นิวยอร์ค แม้ว่าเขาจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบินมานิวยอร์คก็ตาม

ในอนาคต เมื่อคุณเจอผู้ชายที่คุณอาจไม่มีโอกาสได้เจออีกในงานแต่งงานหรืองานปาร์ตี้ จงอย่าใช้เวลาทั้งคืนกับเขา คุยกับเขาเพียงแค่สิบห้าหรือยี่สิบนาที เต้นรำกับเขาแค่สองสามครั้ง แล้วก็ขอตัวเพื่อเข้าห้องน้ำ หรือเดินทักทายเพื่อนฝูงอื่นๆ หรือแค่เดินไปรอบๆ งานสักพัก เขาควรเป็นฝ่ายมองตามคุณทั้งคืนและพยายามหาโอกาสเพื่อขอเต้นรำกับคุณอีกเพลง

เมื่อคุณใช้เวลาสี่หรือห้าชั่วโมงกับผู้ชายที่คุณเพิ่งพบ เขาจะไม่คิดว่าคุณเป็นสาวน่าค้นหาหรือน่าสนใจอีกต่อไป แม้ว่าตอนแรกเขาจะเป็นฝ่ายสนใจคุณก่อน เมื่อเขากลับถึงบ้าน เขาอาจไม่ได้คิดถึงคุณเป็นพิเศษ หรือฝันว่าอยากเจอคุณอีกครั้ง เพราะว่าคุณเปิดโอกาสให้เขามากเกินไปแล้ว

เงื่อนไขเดียวกันนี้ใช้ได้กับการเจอผู้ชายระหว่างเดินทางไปทำธุรกิจ สมมติว่าคุณเจอผู้ชายที่งานสัมมนา เขาสังเกตเห็นคุณ เดินเข้ามาชวนคุย และชวนคุณออกไปทานอาหารค่ำกับเขาในคืนนั้นเพราะเขาต้องบินกลับเช้าวันรุ่งขึ้น คุณตอบตกลงเพราะเขาน่ารักและหวังว่า มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นบางอย่าง คุณบอกตัวเองว่าคุณอาจไม่ได้เจอเขาอีก - เขามาจากบอสตันส่วนคุณมาจากซานดิเอโก้ - แต่คุณก็ไม่ได้มีแผนจะทำอะไรเป็นพิเศษมื้อค่ำอยู่แล้ว คุณคิดจะสั่งอาหารจากรูมเซอร์วิสและก็ดูภาพยนตร์ช่องเอชบีโอ

คำตอบของ กฎเหล็ก คือ คุณต้องพูดว่า "ขอบคุณค่ะ แต่ฉันมีนัดแล้ว" ทำไมน่ะหรือ นั่นก็เพราะว่า หากคุณตอบรับเจอเขาในเสี้ยววินาทีที่เขาชวน ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องสะดวกสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่ก็ทำให้ความท้าทายอันตรธานหายไป ถ้าเขาสนใจคุณ ปล่อยให้เขาโทรหาคุณและวางแผนเพื่อมาหาคุณโดยเฉพาะ ถ้าเขาสามารถเจอคุณได้อย่างกระทันหัน เขาก็ไม่จำเป็นต้องโหยหาหรือตามตื้อคุณ แล้วความสนใจของเขาที่มีต่อคุณก็อาจหมดไป

อย่าคิดว่าเราเข้มงวดจนเกินไปในเรื่องนี้ เราเห็นมันเกิดขึ้นแล้วหลายต่อหลายครั้ง ผู้หญิงเจอกับผู้ชายที่เดินทางมาอยู่เมืองเดียวกันเพียงไม่กี่วันขณะทำงานหรือที่ปาร์ตี้ เขาอยากพาเธอออกไปทานอาหารค่ำด้วยกันทุกคืน เขามีเสน่ห์และทำให้เธอรู้สึกเป็นคนพิเศษ เธอบอกกับตัวเองว่าอาจจะพลาดสิ่งดีๆ ไปหากว่าเธอปฏิเสธเขา เพราะเขาคงไม่มาเมืองนี้อีกอย่างน้อยเป็นเดือน

เขาอาจเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ที่เซ็กซี่ หรือศัลยแพทย์ที่มีคลินิคอยู่ทั้งสองฝั่งของอเมริกา เธอตอบตกลง - บางทีอาจแค่อาหารค่ำ บางทีเธออาจนอนกับเขา – และเธอก็คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระยะไกล

ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น เขาอาจโกหก เขาอาจต้องอยู่เมืองนี้อีกหนึ่งสัปดาห์ แต่คิดแล้วว่าด้วยวิธีนี้เขาจะได้ในสิ่งที่เขาต้องการทันที หรือเขาอาจแต่งงานแล้ว และก็ใช้คำพูดทำนองนี้เพื่อจีบสาวเมื่อเขาอยู่ต่างเมืองเป็นประจำ ผู้ชายบางคนมีสาวอยู่ทุกเมือง คุณคงไม่ต้องการเป็นหนึ่งในนั้น แต่ถึงแม้ว่าเขาจะพูดความจริง เขาโสดและก็ชอบคุณ คำตอบสำหรับการชวนออกเดทแบบกระทันหันก็ยังคงเป็นคำว่า “ไม่” อยู่ดี
คุณอาจคิดว่าถ้าคุณปฏิเสธเขาแล้ว เขาจะลืมคุณ แต่หญิง กฎเหล็ก รู้ว่าเขาจะจำคุณได้แม่นถ้าคุณปฏิเสธเขา

ดังนั้นครั้งหน้าที่คุณเจอผู้ชายที่ชวนคุณไปทานอาหารค่ำแบบฉุกละหุกเพราะว่าเขาจะอยู่ที่เมืองนี้เพียงไม่กี่วัน ตอบเขาว่า "ฉันอยากไปนะคะ แต่ฉันมีนัดแล้ว" ปล่อยให้เขาโทรหาคุณล่วงหน้าในครั้งหน้าที่เขาวางแผนจะมาเมืองนี้ หรือให้เขาวางแผนเพื่อบินมาหาคุณโดยเฉพาะ

ทางเดียวที่จะรู้ได้ว่าผู้ชายสนใจคุณจริง - ไม่ใช่แค่เป็นการฆ่าเวลา - คืออย่าตอบตกลงกับการขอเดทกระทันหัน ถ้าคุณทำให้เขาต้องรอหลายวันเพื่อเจอกับคุณ หรือปล่อยให้เขารอไปอีกหนึ่งเดือนจนกว่าครั้งหน้าเขาจะแวะมาเมืองนี้อีกครั้ง เขาจะรู้สึกทุรนทุราย ถ้าเขาเพียงแค่รู้สึกดีกับคุณ เขาจะไม่สนใจวางแผนขอคุณเดทล่วงหน้า - การปฏิบัติตาม กฎเหล็ก จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลา คุณไม่ต้องผิดหวังในวันข้างหน้า เรารู้จักผู้หญิงสองสามคนที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่ก็ไม่เคยได้ข่าวจากผู้ชายจากเมืองอื่นอีกเลย

อีกตัวอย่างที่พบบ่อยในความสัมพันธ์ระยะไกล คือ คุณเจอกับคนที่ใช่ในวันแรกของการพักร้อนนานเจ็ดวัน คุณมาจากคนละเมืองแล้วพบกันระหว่างพักร้อนที่คลับเมด เขาพูดกับคุณก่อน นัดคุณออกเดทในคืนนั้น แล้วก็อยากใช้เวลากับคุณทั้งเจ็ดวันเจ็ดคืน คุณคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาน่ารัก แล้วเรื่องนี้ก็แสนโรแมนติคเหมือนกับนิยายที่คุณเคยอ่านหรือฝันถึง

ในสถานการณ์อย่างนี้ คุณต้องฝืนใจตัวเองไม่ให้เจอกับเขาทุกวัน เจอกับเขาแค่สองหรือสามครั้งในช่วงเจ็ดวันที่พักร้อนเพื่อทานอาหารค่ำและเต้นรำ ปฏิเสธเขาบ้างเพื่อคุณจะได้ใช้เวลากับคนอื่นด้วย เขาจะได้รู้สึกว่าคุณน่าค้นหาและจีบยาก เท่ากับเป็นการบังคับให้เขาต้องตามตื้อคุณต่อเมื่อกลับถึงบ้าน ถ้าเขาไม่โทรหาคุณอีกหลังจากนั้น อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องเสียเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนกับผู้ชายที่ไม่ได้สนใจคุณจริงจัง

เรารู้จักผู้ชายที่ไปเที่ยวแล้วจีบผู้หญิง นอนกับเธอแล้วก็ไม่คิดถึงเธออีก (อย่าว่าแต่โทรหาเลย) เมื่อกลับถึงบ้าน ขณะที่คุณอาจคิดว่ามันเป็นรักแท้ แต่เขาอาจคิดว่าเป็นแค่เซ็กส์ หาดทรายและความรื่นรมย์ในหนึ่งสัปดาห์ หากคุณไม่ต้องการเป็นแค่หญิงสาวที่เคยนอนกับเขาที่คลับเมด
จงอย่าเจอเขามากกว่าสองหรือสามครั้ง และอย่านอนกับเขาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแล้ว คุณจะช้ำใจถ้าเขาไม่ติดต่อมาอีก นั่นจะเข้าข่ายกรณี
คลาสสิคอย่างที่คนพูดกันว่า "ผมรักคุณ แต่หมดเวลาพักร้อนแล้ว"

ดังนั้นการปฏิบัติตาม กฎเหล็ก จะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาทั้งสัปดาห์กับผู้ชายที่ไม่คิดจะจริงจังกับคุณ และจะทำให้คุณได้มีโอกาสได้เจอกับผู้ชายอื่นๆด้วย ถ้าเขาชอบคุณจริง เขาต้องโทรหาและมาเยี่ยมคุณหลังจากนั้น



เรื่องที่ 7
ความสัมพันธ์ระยะไกล: ตอน 2: วิธีทำให้ความสัมพันธ์ได้ผล

สมมติว่าคุณกำลังเริ่มต้น หรืออยู่ในความสัมพันธ์ระยะไกล แล้ว กฎเหล็ก ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไร

กฎเหล็ก บอกว่า ห้ามคุณโทรหาเขา เขาต้องเป็นฝ่ายโทรหาคุณ เขาอาจโทรหาคุณได้บ่อยๆ แต่คุณไม่ควรคุยกับเขานาน จงเก็บบางเรื่อง เอาไว้คุยตอนที่ได้เจอกัน! วางสายโทรศัพท์เมื่อคุยได้สิบห้าหรือยี่สิบนาที – คุณสามารถคุยได้นานกว่าเวลามาตรฐานได้สิบนาที เพราะนี่เป็นความสัมพันธ์ระยะไกล – และหากเขาต้องการมาเยี่ยมคุณช่วงสุดสัปดาห์ เขาควรจะต้องถามคุณก่อนวันพุธ

ถ้าเขาเป็นคนเข้ามาทำความรู้จักกับคุณเอง เป็นไปได้สูงว่า เขาจะต้องขอมาเยี่ยมคุณที่เมืองคุณก่อน และนั่น คือ กฎเหล็ก แต่หากเขาพูดว่า "ทำไมคุณไม่มาหาผมที่บอสตันล่ะ ผมจะพาคุณทัวร์รอบๆ เมืองเคมบริดจ์" หรือเสนอให้คุณกับเขาพบกันครึ่งทางที่อีกเมืองหนึ่ง แค่ตอบเขาว่า "ฟังดูดีค่ะ แต่ตอนนี้ฉันยุ่งเลยไปไม่ได้" ไม่ต้องสาธยายว่ามีอะไรวุ่นวาย หรือบอกเขาตามตรงว่าทำไมคุณถึงไปไม่ได้ แค่ปฏิเสธอย่างสุภาพเพื่อให้เขารู้สึกเองว่า เขาควรต้องเป็นฝ่ายมาหาคุณ

ถ้าเขาตัดสินใจไม่มา แสดงว่าเขาไม่ได้ชอบคุณมากพอ จำไว้ว่าผู้ชายขับรถได้เป็นชั่วโมงๆเพื่อไปดูฟุตบอลและเล่นพนันที่คาสิโนหรือไปงานปาร์ตี้สละโสดของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากเขาต้องขับรถหลายชั่วโมงเพื่อมาหาคุณ

ให้คุณไม่เจอเขาอีกเลยยังดีเสียกว่า ที่คุณต้องเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเขาก่อนหรือพบกันครึ่งทาง การพบกันครึ่งทางก็เหมือนกับการไปเยี่ยมเขาน่ะแหล่ะ – นั่นไม่ใช่สิ่งที่ กฎเหล็ก แนะนำในช่วงแรกของความสัมพันธ์ และคุณควรรอจนกระทั่งเขามาเยี่ยมคุณสามครั้ง ก่อน คุณจึงไปเยี่ยมเขาหรือยอมพบกับเขาครึ่งทาง – แต่ก็อย่าทำบ่อยจนเกินไป

แน่นอนว่าผู้หญิงบางคนมักหาเหตุไปเยี่ยมผู้ชายก่อน (หรือเร็วกว่าที่ควร) โดยอ้างว่า ถึงอย่างไรพวกเธอก็อยากไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งอยู่แล้ว - เพราะไม่ได้พักร้อนมานานหลายปี! บางคนก็อ้างว่ามีไมล์สะสมบินฟรีอยู่เลยไปได้ ถูกที่ว่าการไปหาเขาเป็นเรื่องสนุกหรือฟรี แต่ว่านั่นไม่ใช่
กฎเหล็ก
!

ผู้หญิงอีกหลายคนบอกตัวเองว่าการเดินทางไปหาเขาที่เมืองนั้นๆเป็นโอกาสดี เพราะจะได้ถือโอกาสเยี่ยมเพื่อนหรือญาติที่อยู่ในเมืองนั้นด้วย กรุณาอย่าหาข้ออ้างอันใดเพื่อจะเดินทางไปเมืองที่เขาอยู่ แต่หากคุณมีเหตุผลที่ดีที่ต้องไปเมืองนั้นอยู่แล้ว เช่น คุณต้องเดินทางไปทำงาน หรืองานฉลองเพื่อนคุณที่เพิ่งตั้งครรภ์ – จงอย่าบอกเขาเรื่องนี้ เว้นแต่ว่าเขาจะถามคุณว่ามีแผนจะมาเมืองที่เขาอยู่บ้างหรือไม่ในเร็วๆ นี้ หากเขาถามก็บอกเขาเรื่องแผนของคุณ แต่อย่าปล่อยให้เขาเหมาเอาเองว่าคุณจะเจอกับเขาด้วย เขาต้องนัดแล้วมารับคุณที่โรงแรมหรือบ้านของน้องสาวคุณถ้าเขาอยากเจอคุณ

ถ้าคุณเดินทางไปหาเขาก่อนที่เขาจะมาเยี่ยมคุณอย่างน้อยสามครั้ง เขาจะไม่คิดว่าคุณเป็นคนพิเศษที่ยากจะเจอ แล้วก็จะไม่ปลื้มหรือตื้อคุณต่อ แม้ว่าตอนแรกเขาจะจีบคุณก่อน เขาจะคิดว่าคุณต้องเป็นฝ่ายไปหาเขาตลอดเวลา เขาอาจเริ่มโทรหาคุณกระทันหัน เพื่อนัดเรื่องวันสุดสัปดาห์และบอกว่ายุ่งเกินกว่าจะเดินทาง และเขาอาจแนะให้คุณไปเยี่ยมเขาอีก เขาอาจบอกคุณว่า เขายุ่งเกินกว่าจะมารับคุณที่สนามบิน แล้วในไม่ช้า เขาก็อาจบอกคุณว่าเขายุ่งเกินกว่าจะเจอกับคุณได้ถึงแม้ว่าคุณจะเสนอตัวไปเยี่ยมเขาเอง เมื่อคุณเริ่มแหก กฎเหล็ก แม้ความสัมพันธ์ที่ดูจะไปได้สวยก็อาจร่วงโรยอย่างรวดเร็ว

เราเคยได้ยินเรื่องของผู้หญิงที่เจอกับมหาเศรษฐีที่ส่งตั๋วเครื่องบิน หรือส่งเครื่องบินส่วนตัวมารับพวกเธอให้บินไปหาเขาที่บ้านช่วงสุดสัปดาห์ ตั้งแต่เดทแรกหรือเดทสอง ผู้หญิงมักรู้สึกปลื้มและตื่นเต้น เพราะคิดว่านั่นเป็นข้อเสนอสุดพิเศษและมีความหมายลึกซึ้ง

แต่เราบอกพวกเธอว่า มันอาจไม่เป็นอย่างที่คิด และให้เธอปฏิเสธเขาไปอย่างนุ่มนวล แม้ว่าเขาจะมีรายได้ปีละสามล้านเหรียญสหรัฐ และคุณเป็นแค่เลขาหาเช้ากินค่ำ คุณต้องบอกเขาว่า "ขอบคุณค่ะ แต่สุดสัปดาห์นี้ฉันไปไม่ได้"

เหตุผลก็คือเขาต้องเป็นฝ่ายมาหาคุณ เขาต้องออกแรงเพื่อให้ได้เจอคุณ – เขาควรต้องจัดกระเป๋าวุ่นวาย และบางทีก็ต้องพลาดดูฟุตบอลที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เพื่อมาเจอคุณ ผู้ชายระดับนี้มีเลขาฯคอยต่อโทรศัพท์และเตรียมการให้โดยเขาไม่ต้องเหนื่อยแรงสักนิดอยู่แล้ว ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย เขาก็จะได้คุณเป็นเพื่อนหรือแม้แต่มีเซ็กส์กับคุณในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ถ้าคุณต้องเป็นฝ่ายเดินทาง คุณอาจต้องฝากสุนัขไว้กับเพื่อน เหนื่อยกับการปรับเวลาและการบิน ชีวิตคุณอาจหยุดชะงักชั่วขณะและวุ่นวาย
หญิง กฎเหล็ก ไม่หกคะเมนตีลังกาสำหรับข้อเสนอยั่วยวนหรือสุดสัปดาห์ที่สนุกสนาน พวกเธอต้องอดกลั้นเพื่อความรักที่ถาวรและการแต่งงาน!

ดังนั้น จงอย่าได้หลงระเริงไปกับเครื่องบินส่วนตัว แชมเปญแสนแพง และรถลิมูซีน คุณอาจเป็นผู้หญิงคนแรกที่ปฏิเสธเขา แต่อย่ากังวล ถ้าเขาชอบคุณแล้วเขาจะมาหาคุณเอง!

และสมมติว่าเขามาเยี่ยมคุณ แล้ว กฎเหล็ก ว่าไว้อย่างไร

สามครั้งแรกที่เขามาเยี่ยม เขาไม่ควรพักกับคุณ ถ้าเขาอยากอยู่กับคุณ คุณควรพูดไปว่า "ไม่เหมาะมั้งค่ะ เราเพิ่งรู้จักกันเอง" เขาต้องจัดการหาที่พักเอง - อาจเป็นโรงแรม บ้านเพื่อนหรือบ้านญาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของคุณ จำไว้ว่าการมาเยี่ยมสามครั้งแรกของเขาก็เหมือนกับสามเดทแรก...และในสามเดทแรกเราก็ไม่นอนกับผู้ชายหรือให้เขาค้างคืนที่อพาร์ทเมนท์ คุณอาจเชิญเขาขึ้นบนอพาร์ทเมนท์ในเดทสาม แต่เขาต้องกลับไปไม่ค้างคืน แม้ว่าเขาจะมาจากต่างเมืองก็ไม่ทำให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

อีกเหตุผลที่ไม่ควรให้เขาค้างกับคุณ ก็เพื่อป้องกันตัวคุณเองจากผู้ชายประเภทที่ยินดีจะขึ้นเครื่องบินมาหาคุณ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลเดียวกับที่คุณคิด เขาอาจแค่เห็นเป็นเรื่องสนุกที่จะมาเที่ยวเมืองแปลกใหม่กับสาวรักสนุก (คุณ!) ไม่มีอะไรจริงจัง คุณเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยว ไม่ใช่เหตุผลหลัก การที่คุณขอให้เขาพักที่โรงแรม เป็นการเลี่ยงความสัมพันธ์ที่ไร้จุดหมาย ที่เขาเพียงโทรหาเมื่อบังเอิญผ่านมา
คุณไม่ใช่โรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยว! แน่นอนว่าไม่ผิดถ้าจะให้ผู้ชายค้างที่อพาร์ทเมนท์คุณหากคุณรับได้ แต่ถ้าคุณฝันถึงความรักและเรื่องโรแมนติค คุณต้องปฏิบัติตาม กฎเหล็ก!

เมื่อเขามาเยี่ยมคุณสามครั้งแรก เจอเขาให้น้อยกว่าที่เขาคาดไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเขาบอกว่าจะบินมาคืนวันศุกร์และกลับคืนวันอาทิตย์ บอกเขาว่าคุณสะดวกช่วงเช้าวันเสาร์จนถึงบ่ายวันอาทิตย์เท่านั้น

อย่ายกเลิกนัดหรือกิจกรรมทุกอย่างที่เคยทำในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อใช้เวลาทุกนาทีกับเขา ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเคยออกกำลังกายทุกบ่ายวันเสาร์ก็ไปตามปกติ ปล่อยให้เขาหาอะไรทำและรอคุณ

ประเด็นคือ อย่าทำตัวเป็นผู้หญิงที่ทิ้งทุกอย่างเมื่อผู้ชายมาเยี่ยม คุณเป็นหญิง กฎเหล็ก...คุณมีชีวิตของคุณเองก่อนที่จะเจอกับเขาและคงเป็นเช่นนั้น! ความจริงแล้วเป็นเรื่องดีสำหรับเขา หากคุณมีอะไรบางอย่างที่ต้องทำ - ดีกว่าให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาวางแผนทั้งหมดในสุดสัปดาห์นั้น - เขาควรกลับไปด้วยความรู้สึกว่าเขาเจอกับคุณน้อยเกินไปแทนที่จะรู้สึกว่าเจอกันมากเกินไป

เมื่อเขามาเยี่ยมคุณ อย่าจัดแจงทุกอย่าง เขาต้องเป็นคนหาร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ สถานที่น่าสนใจหรืองานต่างๆ ที่จัดขึ้นในสุดสัปดาห์นั้นเองเพื่อพาคุณไป แต่ถ้าเขาไม่คุ้นเคยกับเมืองที่คุณอยู่ เขาอาจถามให้คุณแนะนำว่าควรทำอะไรกัน กรณีนี้คุณแนะนำได้ แต่ต้องระวังให้มาก ถ้าเขาให้คุณแนะนำร้านอาหาร อย่าเลือกร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องโรแมนติคติดไฟสลัวและเก้าอี้ยาวสำหรับคู่รัก แต่ให้คุณเลือกสถานที่ธรรมดาที่คุณสามารถไปกับเพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงานได้ อย่าพยายามจนเกินไปที่จะทำให้เขาสนุกและไม่เบื่อ ปล่อยให้เขาหาหนังสือพิมพ์หรือหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเอง แล้วค่อยคิดหรือวางแผนพร้อมๆ กันเมื่อเขามาถึงจำไว้ว่าเขาต้องคิดว่าคุณยุ่งและไม่เหลือเวลาคิดถึงวันสุดสัปดาห์

ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะคิดมากเรื่องผู้ชาย เรื่องการใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วก็พยายามจัดการทุกเรื่อง จองโต๊ะที่ร้านอาหารเคจัน (อาหารประจำเมืองหลุยส์เซียนาที่ได้อิทธิพลจากฝรั่งเศส) เพราะจำได้ว่าเขาชอบอาหารรสจัด หรือหาตั๋วงานแสดงมอเตอร์โชว์เพราะจำได้ว่าเขาชอบรถ

เขาอาจเห็นความพยายามของคุณ - และนั่นอาจเป็นผลเสีย เพราะจะทำให้เขารู้ว่าคุณสนใจและมีใจให้เขา คุณจำทุกรายละเอียดที่เขาเคยบอกได้ คิดถึงเขาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วก็วางแผนสำหรับสุดสัปดาห์ที่ดีเลิศ ทำให้เขาอาจรู้สึกอึดอัด แล้วคุณอาจจะต้องแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเลิกโทรหาคุณ

หลังจากที่เขามาเยี่ยมคุณครบสามครั้ง คุณอาจไปเยี่ยมเขาหนึ่งครั้งและค้างที่อพาร์ทเมนท์ของเขาได้ถ้าเขาชวน แล้วใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะ เรื่องนี้แล้วแต่ ถ้าเขาเสนอจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้ก็ปล่อยเขา แต่ถ้าเขาไม่เสนอก็อย่าพูดถึงเรื่องเงิน แต่ปล่อยให้เขารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างตอนที่คุณอยู่ที่เมืองเขา ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าคุณปฏิบัติตาม กฎเหล็ก - เยี่ยมเขานานๆ ครั้ง - คุณก็จะช่วยเขาประหยัดค่าใช้จ่ายได้โดยอัตโนมัติ แต่ถึงเขาจะเสนอตัวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็อย่าบินไปหาเขาบ่อย กฎเหล็ก นั้นเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเขาต้องเป็นฝ่ายตามจีบคุณ ไม่ใช่เรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย

ถ้าคุณมีเพื่อนหรือญาติอยู่ในเมืองที่เขาอยู่ จะดีมากถ้าคุณโทรหาพวกเขาเพื่อนัดเจอช่วงที่คุณไป เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องใช้เวลาตลอดทั้งสุดสัปดาห์กับเขา เขาจะได้ไม่เบื่อคุณและคุณควรเป็นฝ่ายจบสุดสัปดาห์ก่อน

ถึงจะมีความสัมพันธ์ระยะไกลก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะส่งจดหมายหรือการ์ดอวยพรไปให้เขาได้ คุณไม่ใช่เพื่อนทางจดหมาย คุณอาจส่งการ์ดวันเกิดหรือการ์ดตามเทศกาลให้เขาได้หากคุณทั้งคู่มีความสัมพันธ์ระยะไกลที่อยู่ตัวแล้ว โดยเขาก็ต้องส่งการ์ดมาให้คุณบ้างเช่นกันการ์ดควรอ่านแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่น้ำเน่า ห้ามเขียนกลอนรักโดยเด็ดขาด

ถ้าความสัมพันธ์คืบหน้า - เขาโทรมาหาคุณทุกอาทิตย์เรื่องวันหยุดสุดสัปดาห์ มาเยี่ยมคุณบ่อยครั้งกว่าที่คุณไปเยี่ยมเขา เขาต้องการให้คุณและเขาเดทกันอย่างจริงจังและไม่เดทคนอื่นอีก และอื่น ๆ – นั่นคือ คุณกำลังมีความสัมพันธ์ กฎเหล็กระยะไกล แต่ถ้าไม่ใช่ที่กล่าวมาแล้วล่ะก็ คุณควรเดทผู้ชายอื่นด้วย

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง เขาอาจพูดถึงอนาคตและอาจถามคุณว่าคุณเต็มใจย้ายเมืองหรือไม่ จงตอบเขาไปว่า "ฉันยังไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยค่ะ" จงตอบแบบคลุมเครือแบบนี้ จนกว่าเขาขอคุณแต่งงาน และหมั้นกับคุณ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเตรียมหาช่องทางขายหรือให้เช่าอพาร์ทเมนท์ของคุณ หรือขอย้ายงานไปอยู่เมืองเดียวกับเขา หากว่าเขายังไม่ได้ขอคุณแต่งงานเป็นกิจลักษณะ

ความจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องย้ายเมืองจนกว่าจะกำหนดวันแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเราหญิง
กฎเหล็ก
ไม่อยู่ก่อนแต่ง แล้วเราก็ไม่ไปพักร้อนกับผู้ชายนานถึงเจ็ดวันถ้าไม่ใช่การฮันนีมูน พยายามเจอเขาเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น จนกว่าคุณจะมีกำหนดวันแต่งงาน

ถ้าคุณกำลังมีความสัมพันธ์ระยะไกลและไม่เคยรู้เรื่อง กฎเหล็ก จนถึงตอนนี้ จงเริ่มปฏิบัติตาม กฎเหล็ก อย่างเคร่งครัดตั้งแต่วันนี้ อย่าโทรหาเขา ปล่อยให้เขาโทรหาคุณ วางสายโทรศัพท์ก่อนหลังจากคุยได้สิบห้านาที (หรือยี่สิบนาทีถ้าเขาโทรมาจากโตเกียวหรือปารีส แล้วคุณทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยกันบ่อยๆ) ถ้าเขาเคยชินกับการที่คุณเป็นฝ่ายต้องไปหาเขาตลอดเวลา ปล่อยให้เขามาเยี่ยมคุณบ่อยขึ้น ถ้าเขาบอกว่ายุ่งมากก็บอกเขาว่า "ตอนนี้ทุกอย่างที่นี่ก็วุ่นวาย...ฉันไปไม่ได้" ทำเช่นนี้แล้วเขาจะคิดถึงคุณมากขึ้น เขาจะสงสัยว่าคุณทำอะไรอยู่ และจะหาทางมาเยี่ยมคุณเอง – และหากเขาจริงจัง สุดท้าย เขาจะขอคุณแต่งงาน!

หากอ่านแล้วชอบ สนใจ สามารถซื้ออ่านทั้งเล่มได้ ดังนี้ค่ะ

วิธีสั่งซื้อ

1. ซื้อเป็น E book คลิกที่นี่ 

2. ซื้อหนังสือเป็นเล่ม ได้ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ เช่น Se-ed, B2S, นายอินทร์, book smiles, และอี่นๆ ค่ะ
(หากหาหนังสือบนแผงไม่พบ กรุณาสอบถามพนักงานขายนะคะ ;))

3. สามารถสั่งซื้อหนังสือได้ที่บริษัท แบงคอก แมทชิ่ง
ค่าจัดส่งไปรษณีย์ในประเทศไทยแบบลงทะเบียน เล่มละ 55 บาท ส่งแบบ EMS เล่มละ 70 บาท
โดยให้โอนเงินราคา 349 บาท/เล่ม บวกค่าใช้จ่ายการจัดส่งที่ต้องการ มายัง 
ชื่อบัญชี บริษัท ฮักแต๊แต๊ จำกัด
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาซอยทองหล่อ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 255-1-28273-4

เมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว กรุณาสแกน Slip การโอนเงินที่แสดงว่า การโอนเงินเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น มาที่ order@hugtaetae.com พร้อมชื่อที่อยู่โดยละเอียด และเบอร์มือถือที่ติดต่อสะดวก ที่จะให้จัดส่งหนังสือไปให้ทางไปรษณีย์ด้วยค่ะ

ปกติ จะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 14 วันจากวันที่ชำระเงิน ก็จะได้รับหนังสือค่ะ

ได้โปรดรับทราบว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายเปลี่ยน/คืนหนังสือ หรือคืนจำนวนเงินที่โอนผิดมาจากความผิดพลาดของผู้สั่งซื้อเองค่ะ แต่สามารถรับหนังสือเล่มอื่นแทนได้

รายได้ส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้จะถูกนำไปใช้จ่ายในโครงการ “Make a Wish” Project โครงการหาคู่ฟรีให้คนพิการของบริษัทฯ

หนังสือ ราคา 349 บาท




บริษัทจัดหาคู่




หาคู่ จัดหาคู่ บริการหาคู่
© 2012 HugTaeTae.com All Rights Reserved. Hug Tae Tae Publishing.